แฟ้มประวัติ"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารบล็อกรายการ เครื่องมือ วิธีใช้
"ความทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพราก
จากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจนั้น
เป็นเรื่องทรมานยิ่ง และเรื่องที่จะ
บังคับมิให้พลัดพราก ก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
ทุกคนจะต้องพลัดพราก
จากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ
ไม่วันใด ก็วันหนึ่ง"

หากถามว่าทำไม ทำไมทุกสิ่งในโลกนี้
ต้องมีอายุ ทำไมถึงต้องจากกัน
ให้ลองถามตนเองดูว่า
หากเราต้องอยู่ในคุก ในคุกมีกฏคุกใครห้ามฝ่าฝืน
คนคุกจะถามไหมว่า ทำไมต้องมีกฏ?
เพราะคำตอบมันก็รู้ๆอยู่แล้วว่า
เพราะพวกเขาอยู่ในคุก!!
แต่คุกนี้ดีอย่างตรงที่คนคุกรู้ว่าติดคุก
คนคุกยังเห็นกฏ คนคุกยังเห็นผู้คุม
คนคุกยังเห็นโซ่ล่าม
คนคุกยังเห็นห้องขังตนเอง

แต่คนในคุกวัฏสงสารนี้ไม่รู้ว่าตน
กำลังติดคุก ไม่เห็นซึ่งกฏหรือเห็นธรรม
ไม่เห็นซึ่งผู้คุมหรือกรรมของตนเอง
ไม่เห็นซึ่งโซ่ตรวนที่พันธนาการไว้หรือความสุข
และไม่เห็นห้องที่ขังตนเองไว้หรือ ลาภ ยศ สรรเสริญ

ทั้งสุขและทุกข์ ต่างอยู่บนเหรียญเดียวกันแต่คนละหน้า
หากกำลังมีทุกข์จำไว้ว่าเพียงเปลี่ยนหน้าของเหรียญก็เจอความสุข
แต่ถ้าหากอยากได้สุขก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธซึ่งความทุกข์
ถึงแม้จะเป็นความสุขละเอียดก็ตามที

และนี้คือเหตุผลว่าทำไม
การหลุดจากสังสารวัฏฏะได้
ต้องเลือกเดินทางสายกลาง

บุญนั้น ก็ไม่เอา บาปนั้น ก็ไม่เอา
สุขนั้น ก็ไม่เป็น ทุกข์นั้น ก็ไม่เป็น ...




เมื่อใดเกิดกลัวทุกข์ ขอจงมีขันติ
เมื่อใดเกิดอยากสุข ขอจงมีทมะ
ทั้งกลัวทุกข์ และอยากสุข ล้วนต้องสละ ให้ถึงพร้อมด้วยจาคะ
ทั้งหมดนี้คือสัจจะ ที่ผู้ปราถนาซึ่งอิสระ ล้วนควรจักอธิษฐาน
"แผนที่ใดไหนเลยจะเทียบเท่า แผนที่ด้วยตัวเจ้าเอง"



‘อบายมุข’ นั้นจำแนกเป็น ๖ ประการได้แก่ติดเหล้าหนึ่ง ชอบเที่ยวกลางคืนหนึ่ง เที่ยวดูการละเล่นถี่จัดหนึ่ง มักเล่นการพนันหนึ่ง คบคนชั่วเป็นมิตรหนึ่ง และเกียจคร้านการงานหนึ่ง

"พอ" หนึ่งคำพิชิตมาร

เขียนถึงคนอนาคต ในอีก 7 ปีข้างหน้า ...... ถึง ลูกศิษย์ที่ดื้อและสอนยากที่สุด ... สัญญา
29 พฤศจิกายน

เพลงของหัวใจ (อีกแล้วววว >.<)

 
15 พฤศจิกายน

การ์ตูน "ความลับของรอยยิ้ม" วาดโดยเด็กนักเรียน ม.5

 
 
ดีจังๆ พึ่งรู้ว่าจะมีหนังสือ "ข้างในนั้น 2"
อ่านแล้วดีจริงๆ อนุโมทนากับ ครู sup'k และน้อง ก่อกิต วิรัชนาพร ครับ
ขอบคุณมากๆ ครับ
13 พฤศจิกายน

นายอโศก กับ น.ส.เพลินจิต -> ชอบจังๆ

เคยดูเมื่อหลายๆปีที่แล้ว
จำได้ว่าชอบมากๆ
 
ไม่น่าเชื่อ บังเอิญ ได้กลับมาดูอีกครั้ง
ก็ยังคงชอบไม่เสื่อมคลาย :) 
 
 
http://music.siamza.com/music.php?k=64K&id=4906 เพราะดีจัง >.<
02 พฤศจิกายน

32 ธันวาคม .... มีหนังดูอีกแล้วซิเรา หุหุ

 
เราชอบงานกำกับของ ยอร์ช ฤกษ์ชัย มากกกกก
ซึ่งเป็นผู้กำกับ หนัง ตระกูลส่ายหน้า ที่ผ่านมา
คงจะได้ ฮา กระจายกันอีกครั้ง
 
และที่สำคัญ มีน้องยิปโซ แสดงด้วยละ >.<
 
30 ตุลาคม

ความประมาท...

หากยังคิดว่า เข้าใจว่า สามารถบังคับจิต บังคับใจ บังคับผลได้
บุคคลผู้นั้น ย่อมได้ชื่อว่า ประมาท
 
ประมาท กับ มิจฉาทิฐิ จึงเป็นของคู่กัน จนแยกไม่ออก
ไม่มีหรอกว่ารู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังทำ ก็ยังพลาด
 
มีแต่ไม่รู้ว่าผลนั้นเกิดจากเหตุ และ
เมื่อเหตุสะสมครบแล้ว การจะแก้ผล บังคับผลย่อมเป็นไปไม่ได้
 
แต่เพราะเชื่อว่าทำได้ แก้ผลได้ ฝืนผลได้ จึงยังกล้าตามใจสะสมเหตุ
สุดท้ายก็ต้องจมปักกับผลของการตามใจ ไม่มีวันเลยที่จะฝืนแล้วไม่เป็นไปตามผลของเหตุที่สะสมมา
 
ทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุ สะสมอะไรมา ก็ได้อย่างนั้น
จะไปขอแก้ตัวเอาตอนผล แก้อย่างไรก็แก้ไม่ได้ สายไปแล้ว
 
เหมือนคนชั่วทำเลวมาตลอดชีวิต ก่อนตายจะบังคับจิตให้นึกแต่สิ่งดีๆ ทำอย่างไรก็ทำไม่ได้
 
แต่เพราะอวิชชายังอยู่ อวิชชาบอกว่าทำได้ อวิชชาบอกว่าบังคับจิตได้
ประกอบด้วยการไม่กระจ่างในกฏแห่งกรรม อำนาจบุญและบาป
คนเราจึงยังประมาท พร้อมจะทำเหตุแย่ๆ แล้วหวังจะไปเอาผลดีๆ ต่อไป
พอได้ผลออกมาไม่ดี ก็เสียใจ บอกจะลุกขึ้นมาใหม่ จะทำเหตุดีๆ เพื่อผลที่ดีๆ
 
แต่เอาเข้าจริงก็แพ้ต่อความประมาท ก็ยังเชื่อโง่ๆ ว่าถึงเวลาก็คงบังคับผลได้ร่ำไป
หารู้ไม่ที่บ้างครั้ง เหมือนบังคับจิตได้ บังคับผลได้ ก็ด้วยเหตุเก่าๆ บุญเก่าๆ ทั้งนั้น
ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่มีวันหรอกที่ผลจะเป็นได้ดั่งใจ
 
เพราะไม่พิจารณาเหตุอย่างแหยบคาย จึงโดนบุญนั้นหรอกให้ประมาทอยู่ร่ำไป
กว่าจะคิดได้ก็ตอนบุญหมด เหตุหมด จึงได้เห็นชัดว่าผลย่อมมาจากเหตุ
 
คิดได้ก่อนตาย คิดได้เร็วก็ดีไป ยังสะสมเหตุใหม่ ยังลุกขึ้นมาใหม่ได้
คิดได้ช้า คิดได้สายไปแล้ว ก็ต้องหลุดไปภพอื่น ชาติอื่นก่อน
กว่าจะกลับมา ภพมนุษย์ ภพสะสมเหตุ ก็ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าไร
 
ระลึกไว้ "ไม่มีใครหรอกจะบังคับผลได้ นอกจากเหตุ"
ผู้ที่บอกว่าบังคับผลได้ เดียวก็ได้เอง เดียวเป็นไปเอง ผู้นั้นชื่อว่า "ประมาท"
ผู้นั้นย่อมไม่ต่างอะไรกับ คนที่ตายไปแล้ว ไปอยู่ภพอื่นแล้ว
 
 

Windows Media Player