Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes Outils Aide

Blog


6 décembre

special one to someone to everyone to one

 
ปกติแล้วการถ่ายทอดธรรมะ ด้วยคำพูดเป็นอะไรที่ยากมาก
เนื่องด้วยข้อจำกัดของภาษา หากถามว่าภาษาคืออะไร
ภาษาก็คือการนำสิ่งที่มีอยู่ไม่จำกัดมาอธิบายด้วยสิ่งที่มีอยู่จำกัด
และก็เพราะอย่างนี้ จึงไม่ต้องแปลกใจ ที่หลายๆอย่างไม่สามารถถ่ายทอด
ได้ด้วยภาษา รวมถึงอวัจนะภาษา (เหมือนจะเขียนผิดเลย เหอๆ)
ตัวอย่างเช่น ให้ลองอธิบายความรู้สึกที่ปั่นจักรยานเป็นครั้งแรกดู
จะเห็นว่าจะตันทันทีทำอย่างไรก็ไม่มีทางถ่ายทอดประสบการณ์นี้ได้ด้วยคำพูด
เพื่อให้คนไม่เคยขี่จักรยานมาก่อนเข้าใจได้
 
ดังนั้นการถ่ายทอดประสบการณ์ด้วยคำพูดจึงเป็นเรื่องยาก
และถ้าหากพยายาม ก็ต้องอาศัยคำพูดมากมายเพื่อช่วยในการอธิบาย
ซี่งยุ่งยาก ยืดยาวและไม่การันตีผลลัพธ์
 
ดังนั้นจึงมีวิธีการเปรียบเปรยหรืออุปมาอุปไมยเกิดขึ้น
เพื่ออาศัยฐานข้อมูลเก่าของผู้รับสารประกอบการอธิบาย
แทนที่จะต้องยัดสารที่ต้องการส่งทั้งหมดให้ผู้รับ
ก็เพียงส่งสารบางส่วนที่ไปดึงฐานข้อมูลเก่าของผู้รับออกมาช่วยเท่านั้น
 
เช่น ประสบการ์การขี่จักรยานได้ครั้งแรกเหรอ อืม...มันเหมือนกับตอนที่เริ่มเดินได้ครั้งแรกเลย ไอ้ความรู้สึกนั้นนะ!! จำได้ปะ? (จำได้ก็อัจฉริยะแล้ว)
และสิ่งนี่นี้เองที่จะเป็นประเด็นแรกที่จะเขียนในวันนี้ (เพิ่มเติม>> หากคุ้นๆว่าเคยเห็นสิ่งที่พระโสดาบันเห็นมาในชาติก่อน รีบไปหาหนังสือเซนมาอ่านด่วน!!  )
 
หากลองสังเกตดีๆ ความรู้สึกที่เกิดจากประสบการณ์หนึ่ง มีอยู่หลายครั้งมาก ที่มันไปคล้ายกับอีกประสบการณ์หนึ่ง
ซึ่งจริงๆแล้ว มันไม่คล้ายแต่มันเหมือนเลย เพียงแต่ว่าจิตเขาจะก้าวหน้าจนพอที่จะเห็นหรือไม่
ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจทำไมบางคนรู้กายก่อน บางคนรู้เวทนาก่อน บางคนรู้จิตก่อน สุดท้ายก็ไปจบลงที่รู้ธรรมทั้งสิ้น
และทำให้ต่อมาไม่ว่าจะเป็นรู้กาย รู้เวทนา รู้จิต ก็สามารถรู้ได้หมด ไม่ว่าจะเริ่มจากอะไรก่อนก็ตาม
 
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเหตุมาจากสิ่งเดียวกันและนำไปสู่ผลลัพธ์อย่างเดียวกัน
เหมือนกับให้โมเดลตัวการ์ตูนที่ยังไม่ลงสีให้ไปลงสีตามสีที่กำหนดไว้ในแต่ละส่วนของโมเดล
เพียงแต่จะเริ่มระบายส่วนไหนก่อนก็ได้ ซึ่งสุดท้ายไม่ว่าจะระบายตรงไหนก่อนก็เป็นการระบายตัวตนของโมเดลทั้งสิ้น
และท้ายสุดย่อมได้โมเดลที่ระบายสีออกมาแบบเดียวกัน
 
หรือจะพูดตรงๆเลย เหตุคือ การพิสูจน์ความเชื่อว่ามีตัวมีตนมีเรา ผล คือ มันมีทั้งไม่มี และมันไม่มีทั้งมี ไม่มีสิ่งที่มี และมีสิ่งที่ไม่มี (ไม่ใช่ special one แต่หากว่าเป็น one)
จะเห็นว่าไอ้เหตุนี้ยังโอเคพอเป็นภาษาคนแม้จะไม่ชัดว่าอะไรคือตัวตน อะไรคือเรา เพราะนั้นละความยากของผู้เริ่มต้น
แต่ไอ้ผลนี้ซิ มันอะไรกันตกลงจะมีหรือไม่มี เหมือนจะเอาทั้งสองอย่าง ยังไงกันแน่
 
ตรงนี้เองจะนำมาเข้าสู่ประเด็น ปํญหาของการถ่ายทอดธรรมะ ก็คือ คนที่เห็นโมเดลลงสีเสร็จแล้ว
พยายามจะอธิบายบอกไปยังคนที่ไม่เคยเห็นโมเดลที่ลงสีมาก่อนเลยถึงผลลัพธ์ของโมเดลที่ลงสีเสร็จแล้ว
ซึ่งไม่มีวิธีการใดเลย จะอธิบายได้เพียงใช้ด้วยภาษาพูดหรือภาษากาย
เพราะต่อให้คนที่เห็นอธิบายไปยังคนที่ไม่เห็นอย่างไร สิ่งที่คนไม่เห็นทำก็คือ
นำประสบการณ์ตนเองมาช่วยเติมเต็มคำอธิบายให้เป็นจินตภาพ
แล้วไม่มีใครแนะด้วยว่าควรนำประสบการณ์ใดมาช่วยเติมเต็มเพราะผู้เห็นพูดถึงในส่วนผลลัพธ์
 
ดังนั้นวิธีที่ผู้เห็นคนนี้ใช้ถ่ายทอด จึงเป็นวิธ๊ที่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้เคยเห็นแต่ได้ลืมไปแล้ว
พอมีคนบอกผลลัพธ์มา ก็ไปกระตุ้นเอาประสบการณ์เก่าที่เคยเห็นโมเดลที่ลงสีเสร็จแล้ว
มาช่วยเติมเต็มคำพูดจนกลายเป็นจินตภาพที่ถูกต้องขึ้นมา
 
แต่กับผู้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยละ จะทำเช่นใด
ก็ทำได้โดยดึงประสบการณ์เก่าๆที่มีประโยชน์ขึ้นมาช่วยในการทำให้
เขาเห็นในภาพที่ใกล้เคียงกับภาพที่ถูกต้องด้วยตัวเขาเอง ประสบการณ์เขาเอง
โดยไม่ต้องเน้นถ่ายทอดผลลัพธ์ที่อยู่ในหัวเราไปให้เขา
นั้นคือเป็นไกด์ในการเลือกประสบการณ์ที่ถูกต้องทำให้เหมือนจะเข้าใจว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร
เช่น ระบายสีส่วนนี้ ด้วยสีแดง แดงแบบแอปเปิ้ลที่เธอกินเมื่อวานไง
จะเห็นว่าไม่ต้องไปอธิบายว่าแดงเข้มๆ ชาๆ เปรี้ยวๆ เลย เพราะอธิบายไปก็ไม่รู้เรื่อง มันคนละเปรี้ยว คนละชากัน
 
ดังนั้นด้วยเหตุนี้เอง พุทธศาสนา จึงมีการไกด์ประสบการณ์ด้วย ซึ่งพบได้มากในพระสูตร
และช่วยได้มาก เพราะอะไรถึงกล่าวเช่นนี้ ต้องลองเปิดพระสูตรดู
ไม่มีอุปมาอุปไมยใดเลยที่เราจินตภาพแล้วง่ายต่อการนำประสบการณ์ที่ผิดมาช่วยประติดประต่อ
เพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไฟ ก้อนหิน ธนู ความรักหนุ่มสาว ความรักพ่อแม่ลูก
ความรักลาภยศ ความเกลียดความจน ความอิจฉา ล้วนเป็นสิ่งที่เราๆเข้าใจทั้งสิ้น
เพราะปุถุชนหนีอย่างไรย่อมไม่พ้นติดในโลกธรรม 8 ติดในกามราคะ
 
 ด้วยอุปมาอุปไมยที่ดึงประสบการณ์ที่ถูกต้องมาช่วยในการอธิบายด้วยตัวผู้ฟังเอง
จึงทำให้การอธิบายถึงผลลัพธ์หาใช่หน้าที่ของผู้ส่งสารหรือผู้ถ่ายทอดแต่หากเป็นหน้าที่ของผู้รับสารที่ยังไม่เคยเห็นผลลัพธ์
และอีกเช่นกันการเปรียบเทียบและดึงประสบการณ์ที่ควรดึงออกมาประติดประต่อให้เห็นผลลัพธ์ชัดขึ้นเรื่อยๆ
ก็หาใช่หน้าที่ของผู้ส่งสารแต่ย่อมเป็นหน้าที่ของผู้รับสารเอง
 
เช่น การรู้เองว่า ความอยากในลาภแม้นมีอำนาจ แต่เมื่อเผชิญซึ่งๆหน้าแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะตายอะไรเมื่อไม่ได้ในลาภที่อยาก
เช่นเดียวกับ ความอยากในยศ เมื่อเผชิญซึ่งๆหน้าแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะตายอะไรเมื่อไม่ได้ในยศที่อยาก
สุดท้าย อยากลาภอยากยศ ล้วนแล้วก็คืออยาก คือโลภะ เมื่อกล้าเผชิญซึ่งๆหน้า ไม่เห็นมีใคร มีเรา มีตัว มีตนใดเลย
จะเป็นไปคามอย่างที่ความอยากหลอกไว้เมื่อไม่ได้ในสิ่งที่อยาก ตายไหมก็ไม่ตาย ที่จะตายก็เพราะไปประทุษร้ายร่างกายทั้งนั้น
 
วันนี้ยิ่งเขียนยิ่งออกไปไกลจากหัวข้อที่ระบุไว้
จุดประสงคฺจริงๆคือ ต้องการจะบอกว่า ในโลกนี้ ทุกอย่างล้วนเลียนแบบซึ่งกันและกันโดยไม่รู้ตัว
ผลจึงทำให้ สิ่งหนึ่งสามารถอธิบายอีกสิ่งหนึ่งได้ อย่างความเผลอที่แล่นตามเสียงตอนนั่งสมาธิ
กับความเผลอที่แล่นไปตอนฟังเพื่อนคุย มันก็ไม่ต่างกันเลย มันไม่ได้มีนอกมีใน
ที่เห็นว่ามีนอกมีใน เพราะมีเราไปกำหนดเองทั้งสิ้น หากไม่มีเราไหนเลยจะมีนอกมีใน
เผลอย่อมเป็นเผลออยู่อย่างนั้น หาได้มีเผลอนอกเผลอใน
 
ที่สิ่งหนึ่งอธิบายอีกสิ่งหนึ่งได้ เพราะทุกเหล่านั้นล้วนขับเคลื่อนด้วยความเชื่อว่าต้องมีตัวตนถึงมีความสุข
ต้องเป็น special one เท่านั้นถึงมีความสุข
 
ไม่เพราะไอ้ special one นี้หรือ เราถึงต้องตามหาคนเพื่อมายืนยันว่าเราคือ special one
ไม่เพราะไอ้ special one นี้หรือ เราถึงตู่สิ่งนั้นสิ่งนี้ไปหมดว่าคือสิ่งเหมาะสำหรับ special one
ไม่เพราะไอ้ special one นี้หรือ เราถึงตู่ไปเองว่า นี้ละกิเลสของ special one
ไม่เพราะไอ้ special one นี้หรือ เราถึงเห็นเพียงตัวเราและทุกๆสิ่งคือเรา
 
หากแม้นเริ่มเห็นว่า ใครๆคือ someone จะต้องเสียใจไหมว่าเขาเห็นเราเป็น someone
หากแม้นเริ่มเห็นว่า สิ่งไหนนั้นคือ something จะต้องมีใครทุกข์เพราะเสียซึ่ง something ไปไหม
หากแม้นเริ่มเห็นว่า กิเลสใดๆคือ somebody จะต้องไปใส่ใจคำสั่งและเหนื่อยไม่หยุดเพราะคำสั่งของ somebody หรือ
หากแม้นเริ่มเห็นว่ายังมี someone ถึงได้เริ่มเห็นผู้อื่นสิ่งอื่น หาได้มีแค่เรา
 
หากเข้าใจว่า ใครๆก็เหมือน everyone จะต้องเสียใจไหมว่าเขาเห็นเราเหมือน everyone
หากเข้าใจว่า สิ่งไหนๆ ก็เหมือนกัน everything จะทุกข์จะร้อนต้องไปขวนขวายไหม
หากเข้าใจว่า กิเลสก็เหมือนๆกันหมด everyกิเลส ยังต้องไปให้ความสำคัญอะไรอีกหรือ
หากเข้าใจว่า เราก็เหมือน everyone ยังต้องทำอะไรมากกว่าในสิ่งที่ everyone ต้องทำอีกไหม
 
หากยอมรับว่า  ใครๆคือ one one คือใครๆ ยังต้องมีตามหา มีพลัดพรากหรือ
หากยอมรับว่า  สิ่งใดๆคือ one one คือสิ่งใดๆ ยังต้องไขว่ขว้าอะไรอีกไหม
หากยอมรับว่า กิเลสตือ one one คือ กิเลส ยังต้องมีใครทำอะไรตามกิเลสสั่งหรือไม่
หากยอมรับว่า ทุกๆสิ่ง คือ one one คือ ทุกๆสิ่ง ทุกอย่างขับเคลื่อนไปของมันเอง ไม่มี special one ที่จักต้องเหนื่อยอีกแล้ว สติเฟื่อง
 

 
อธิบายเพิ่มเติม
เรื่อง พายุ เปรียบ พายุดัง กาย เวทนา จิต และกิเลส หากไม่แลกด้วยชีวิตไหนเลยจะได้ของจริง ได้เห็นความจริง
เรื่อง จ้า เปรียบความสัมพันธ์ของลูกทั้ง 5 คือ โทสะ โลภะ ราคะ มุสา โมหะ เราเห็นสิ่งนี้เป็นยิ่งกว่าลูกเราจริงๆ
เพียงอยากดึงประสบการณ์บางส่วนของแต่ละคนเมื่ออินในเรื่องให้จินตนาการตามได้เท่านั้นว่าเมื่อไม่มีเราไม่มีตัวมีตนมันสุขขนาดไหน
และเพียงอบากให้เห็นว่า ลูกน้องทั้ง 6 คน ก็คือ หู ตา จมูก ปาก กาย ใจ ล้วนทำหน้าที่ได้ด้วยตัวเขาเอง
ไม่ต้องมีเราไปบังคับควบคุมอะไร มีเพียง ใจ ที่เบื้องต้นต้องมีการทำกายภาพบำบัดหน่อย เพราะมีเพียงใจ
เป็นลูกน้องคนเดียวที่จะทำให้เห็นความจริงว่าไม่มีเรา แต่เพราะเราๆล้วนเชื่อว่ามีเรามีชีวิต ลูกน้อง 5 คนแรกสำคัญต่อชีวิตต่อตัวตน
เราจึงใช้งานมันบ่อย มันจึงคล่องทำงานได้ด้วยตัวมันเองจนคิดว่ามันคือเรา และหลงลืมไปว่ายังมีใจอยู่จนมันห่อมันเหี่ยว
 ดังนั้นก็ต้องทำกายภาพบำบัดใจกันหน่อย ด้วยหมอชื่อศีล 5 หรือลูกๆ 5 คนนั้นเอง เมื่อนั้นจากใจที่ห่อเหี่ยว
ย่อมเริ่มมีกล้ามเนื้อ มีพลัง ออกแรงได้ด้วยตนเอง และเมื่อนั้นความจริง ธรรมะ จะเข้ามาอยู่ต่อหน้าเรื่อยๆ โดยไม่มีเราต้องทำอะไร
 

Commentaires (2)

Veuillez patienter...
Le commentaire entré est trop long. Raccourcissez-le.
Vous n'avez rien entré. Réessayez.
Il est actuellement impossible d'ajouter votre commentaire. Réessayez plus tard.
Pour ajouter un commentaire, tu dois avoir l'autorisation de tes parents. Demander l'autorisation
Tes parents ont désactivé les commentaires.
Il est actuellement impossible de supprimer votre commentaire. Réessayez plus tard.
Vous avez dépassé le nombre maximal de commentaires qu'il est possible d'envoyer le même jour. Réessayez dans 24 heures.
Votre compte a pu laisser les commentaires désactivés parce que nos systèmes indiquent que vous risquez d'arroser d'autres utilisateurs de messages. Si vous pensez que votre compte a été désactivé par erreur, contactez l'assistance en ligne de Windows Live.
Effectuez la vérification de sécurité ci-dessous pour finaliser l'envoi de votre commentaire.
Les caractères entrés pour la vérification de sécurité doivent correspondre à ceux de l'image ou du fichier audio.

Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous


Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous

Ming Minga écrit :
เอ๊ะมาเขียนในนี้ จะเกี่ยวกัน ป่าววะ
ช่วงนี้ติดกิน เลยไม่ลงเลยวะ
สงสัย ต้องใช้วิธีบาส และ
"พอ" เนี่ย มัน ไม่อาจพิชิตมารในใจเราได้วะ
เรายังไม่บรรลุขั้น เก้า
คงต้อง เข้าห้องเก็บตัว ฝึกวิชาอีกนาน
ปล. เรียน เป็น ไงบ้างอะ ไม่ได้คุยกันเลยช่วงนี้
16 Déc.
special one to one one ---> เห็นภาพเลยจ้า
ขอบใจน้า :D
8 Déc.

Rétroliens

L'URL de rétrolien de ce billet est :
http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!712.trak
Blogs Web qui font référence à ce billet
  • Aucune