| Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes | Aide |
|
5 novembre พายุมีคนคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางทะเลทราย
ซึ่งทะเลทรายแห่งนี้ มักจะมีพายุเกิดขึ้นเสมอๆ
เมื่อคนคนนี้เห็นพายุปรากฏขึ้นแม้จะไกลๆ เขาก็วิ่งหนีออกมา
พอพายุลับตาเขาไป เขาจึงหยุดหนี
แต่เพียงไม่นานก็มีพายุใหม่เกิดขึ้นไกลๆอีก ทำให้เขาต้องหนีอีก
เหตุการณ์เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเหล่า
เขาไม่เคยได้หยุดพัก ต้องหนีพายุอยู่ตลอดมา
จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาไปเจอชายคนหนึ่งเขา
ชายคนนี้บอกเขาว่า คุณจะหนีทำไม คุณหลับตา แล้วไปซ่อนในที่กำบังซะสิ
แค่นี้คุณก็ไม่เห็นพายุ เมื่อไม่เห็นก็ไม่ต้องหนีแล้วไม่ใช่หรือ
เขาได้ฟังดังนี้ จึงเลือกที่จะหลับตาแล้วไปซ่อนในที่กำบังเมื่อเห็นพายุมาไกลๆ
เขาดีใจมาก ที่ไม่ต้องหนีพายุอีกแล้ว แต่แล้วเพียงไม่นานที่กำบังก็โดนพัดหายไป
เขาก็ยังสบายใจเพราะหลับตาไว้ไม่ลับรู้ว่ามีพายุอยู่
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเนินนาน เขาเลือกที่จะลืมตาขึ้นอีกครั้ง
สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า คือ พายุใหญ่มหึมา จำนวนมากมายอยู่เต็มไปหมด
เขาตกใจมาก จึงวิ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต หนี และก็หนี
แต่หนีอย่างไรก็ไม่หมด ทำไมช่างมากมายถึงเพียงนี้
เขาเลือกที่จะหลับตาอีกครั้ง แต่ความกลัวก็ทำให้เขาไม่กล้าหลับตาอีก
เขาโทษตัวเองว่าทำไมถึงเลือกลืมตา โทษซ้ำไปซ้ำมา
จนพบว่ายังไงก็ตามสักวันเราคงต้องเลือกลืมตาขึ้นมาอยู่ดี
เขาจึงทำใจและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ในตอนนั้นเอง เขาก็ไปพบกับชายอีกคนหนึ่ง นั่งยิ้มอยู่กับที่
ด้วยความสงสัย เขาจึงเข้าไปถาม
ท่านทำไมถึงนั่งอย่างมีความสุขท่ามกลางพายุเหล่านี้อยู่ได้
ชายคนนั้นหันมายิ้มให้เขา และบอกกับเขาว่า
ท่าน ท่านเหนื่อยมามากแล้ว ท่านหนีมามากแล้ว
ท่านได้พิสูจน์ด้วยตัวท่านเองแล้วมิใช่หรือว่าทางที่ท่านเดินผ่านมา
ไม่ใช่ทางที่ถูก ถึงเวลาหรือยังที่ท่านจะต้องเปลี่ยนวิธี
เราเองเคยเป็นแบบท่านมาแล้ว เรารู้ความจริงแล้ว
แต่หากบอกท่านตอนนี้ ก็หามีประโยชน์ไม่ เพราะท่านย่อมไม่เชื่อเรา
มันเหนือกว่าวิสัยที่ท่านจะเชื่อได้
แต่..แต่ ขอให้ท่านเชื่อเราอย่างหนึ่ง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น
ขอให้ท่านเห็นพายุต่างๆ ขอให้ท่านเพียงเห็นเท่านั้นอย่าทำอะไรมากกว่านี้
เป็นเพียงหนทางเดียวที่ท่านจะเจอความจริง อย่างที่เราเจอ ขอให้เชื่อเรา
หลังจากฟังจบเขาก็เดินจากชายคนนี้มา และเมื่อเขาหันหลังกลับไป
ก็ไม่เจอชายคนเมื่อกี้แล้ว เหลือเพียงคำพูดที่ชายคนนี้ฝากฝังเอาไว้
เขาเดินคิดอยู่สักพักถึงคำพูดนี้และหาเหตุผลนานาว่าทำไมจึงต้องทำเช่นนั้น
แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก เพียงแค่เห็นพายุ แล้วจะเจอความจริง มันจะเป็นไปได้อย่างไร
สุดท้ายเขาก็คิดหาข้อสรุปไม่ได้ จึงเลือกที่จะลงมือลองทำดู
ช่วงแรกเมื่อเขาลองดู เขาล้มลุกคลุกคลานมาก
เพราะเพียงแค่เห็นพายุมาไกลๆ เขาก็เลือกที่จะวิ่งหนีออกไปแล้ว
จนกระทั่ง เขาเริ่มสะสมความกล้า ความอดทน
กล้าดูพายุไปตรงๆ อดทนไม่วิ่งหนีพายุนั้นไป
เขาจึงพบว่า พายุหลายลูก หายไปก่อนที่จะถึงตัวเขาซะด้วยซ้ำ
เขาเห็นว่า พายุหลายลูกอยู่ๆก็มาเองแล้วก็หายไปของมันเอง
เขาเริ่มเห็นธรรมชาติของพายุ ตอนนั้นเองเขาเริ่มเขาใจคำว่าความจริงที่ชายคนนั้นพูดถึง
แต่กระนั้นก็ยังมีพายุหลายลูกที่เข้ามาใกล้เขามาก
และแน่นอนว่ายิ่งใกล้ก็ยิ่งใหญ่โต จึงทำให้เลือกที่จะวิ่งหนีออกไปทุกครั้ง
และเมื่อเขาเลือกวิ่งหนีออกไป เขาก็พบความจริงอีกว่า
ยิ่งเขาเลือกวิ่งหนีกับพายุที่ใหญ่และใกล้นี้มากเท่าไร
ก็ยิ่งทำให้เขามีแนวโน้มจะวิ่งหนีแม้พายุที่อยู่ไกลๆ ได้ง่ายมากขึ้นเรื่อยๆ
เหตุการณ์วนซ้ำไปซ้ำมานับไม่ถ้วน
สะสมควากล้าที่จะเห็นพายุเล็ก แต่ก็สะสมความขี้ขลาดเมื่อหนีให้กับพายุใหญ่
สุดท้ายเขาจึงบอกกับตนเองว่า หากเป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ต่างกับเมื่อก่อนนัก
ในเมื่อทางที่เดินอยู่นี้ เราก็ทำซ้ำไปมาจนพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ถูก
คงถึงเวลาแล้วที่เราจะเชื่อชายคนนั้นด้วยชีวิตของเรา
จากนี้เราจะไม่หนีไปไหนอีกแล้ว ต่อให้โดนพายุลูกใหญ่พัดจนตาย
เราก็จะเห็นต่อไป เราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือจากนี้อีกแล้ว
เมื่อเขาตัดสินใจได้ดังนี้ ทันใดนั้นก็มีพายุลูกใหญ่มหึมาโผล่มาตรงหน้าเขา
แล้วมันก็เคลื่อนที่อย่างช้ามากๆ เขยิบใกล้เขามาเรื่อยๆ เหมือนเป็นการลองใจ
วัดใจ ไม่ยอมให้จบลงไปทันทีอย่างรวดเร็ว
เขากลัวมาก ลนลานอย่างถึงที่สุด ขาก็สั่นไม่หยุด
มีเพียงใจที่กล้าหาญที่ยังทำให้เขาไม่หนีไป
และในตอนนั้นเอง เขาก็บอกกับตนเองว่า
ขอยอมรับในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
แล้วเขาก็มองพายุลูกนี้ต่อไปด้วยดวงตาที่ยอมรับในทุกๆสิ่ง
มองไปเรื่อยๆ มองไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง.....
เขาอยู่ใจกลางพายุ และทันใดนั้นเองพายุก็เคลื่อนผ่านตัวเขาไปเหมือนไม่ได้มีเขาอยู่ตรงนั้น
...เหมือนไม่ได้มีเขาอยู่ตรงนั้น
เขาอึ้งกับความจริงที่พบมาก แต่เขายังไม่เชื่อในสิ่งที่พบเต็มร้อย
จึงเฝ้าเห็นพายุลูกอื่นๆ ต่อไปเรื่อยๆ และทุกลูกล้วนตอกย้ำว่า ไม่มีเขาอยู่ในโลกนี้
ทุกลูกล้วนผ่านเขาไปเหมือนอยู่กันคนละมิติ
ตอนนั้นเอง เขาถึงเข้าใจทันทีว่า ทำไมชายผู้บอกแนวทางแก่เขา
ถึงนั่งยิ้มและไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรกับพายุมากมายตรงหน้า
เขานั้นบ้าไปเองที่กลัวพายุ ที่ทุกข์ ที่หนี ที่เหนื่อย กับพายุมานานมาก
ยิ่งหนีพายุ กลับกลายเป็นยิ่งหนีความจริง ความจริงที่ว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่จริงๆเลย
.
.
.
จากนั้นเป็นต้นมา เขาเริ่มเปิดเผยความจริงนี้แก่ผู้อื่น
มิใช่ด้วยคำพูด แต่เป็นการกระทำ เมื่อเขานั่งยิ้มอย่างมีความสุข
ท่ามกลางพายุมากมาย ในสายตาของผู้อื่น...
Commentaires (2)Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous
RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!693.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|