Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes Outils Aide

Blog


16 août

การตัดสินใจ

 
ผ่านมาอีก 2 สัปดาห์กว่า มีหลายเรื่องอยากเขียน อยากบอกเล่า
แต่ก็พยายามเลือกเรื่องที่น่าจะมีประโยชน์มากที่สุดขึ้นมาเขียน
นั้นคือเรื่องของการตัดสินใจ ส่วนที่เรามักคิดกันเสมอว่าเป็นส่วนที่มีเรา
เข้ามาเกี่ยวข้อง คือมีเราไปตัดสินใจ แต่หากสังเกตดีๆ รู้อย่างเดียวเรื่อยไป
ก็จะเริ่มเห็นแล้วว่า การตัดสินใจ มันตัดสินใจของมันเองบนพื้นฐานสัญญา ความทรงจำที่เก็บสะสมไว้
ไม่ได้มีเราไปช่วยตัดสินใจอะไรทั้งสิ้น หากยกตัวอย่างให้เห็นสภาพชัดเจนที่สุด
ก็ต้องเป็นประสบการณ์ในเรื่องการนอนนี้ละ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
ก็บอกว่าวันนี้ต้องโต้รุ้งนะ มันต้องอ่านแล้วไม่มีเวลา
แต่ปกติอย่างมากตี 1 ตี 2 ก็จะสลบไปเองอัตโนมัติ
ผลลัพธ์ก็คือ พออ่านถึงสักตี 2 เริ่มเบลอๆ ก็มักหยิบไปอ่านต่อบนเตียง
แล้วก็ บู๊มมม ตื่นอีกที 6 โมงเช้า หรือ มีช่วงหนึ่งแอบลองไปแตะเกมส์ RPG เก่าๆ
เอามาเล่นบน emu เครื่อง SFC ก็ตัดสินใจว่าถึงเที่ยงคืนแล้วเลิกนะ
พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า ผลปรากฏว่ากว่าจะหลุดออกมาได้รอไปเกือบตี 5
บอกกับตนเองว่า ทำไม ทำไม๊ อ่านหนังสือมันไม่ได้แบบนี้บ้าง
 
จากประสบการณ์ที่ยกมาจะเห็นได้ว่า การตัดสินใจเพียงลมปาก
หรือการนึกคิดสั้นๆชั่วคราวชั่ววูบ หาใช่การตัดสินใจที่แท้จริง อย่างที่จิตเขาตัดสินใจเอง
หากสังเกตบ่อยๆ ก็จะมีอีกหลายประสบการณ์มากมายมายกได้แทบตลอดเวลา
อย่าง เห็นคอมเปิดอยู่กับการบ้านกองตรงหน้า เห็นข้าวแกงกับอาหารชุดสุดหรูกองตรงหน้า
และอื่นๆมากมายล้วนมีที่มาจากความคิดภายในจิต มีแต่การตัดสินใจเกิดขึ้นตลอดเวลา
แม้แต่การตัดสินใจที่มีคนมาถามเราว่าไป ไม่ไป ใช่ ไม่ใช่ คำตอบที่ตอบไปส่วนมากก็เป็นคำตอบที่
จิตเขาเลือกตัดสินใจไปเองอัตโนมัติอยู่แล้ว
 
แต่เพราะเรามองไม่ทันความคิดการตัดสินใจอัตโนมัตินี้ เราจึงหลงจึงหลับจึงฝัน
แล้วก็ตู่ว่านั้นคือความคิดของเราเอง เราเป็นคนตัดสินใจเอง จึงมีเราเกิดขึ้นมา
ตัวอย่างหนึ่งที่เรามักยกขึ้นมาก็ตัวอย่างหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่โดนโปรแกรมว่า เจอสิ่งนี้แล้วต้องทำสิ่งนั้น
แต่เผอิญว่าหุ่นยนต์ตัวนี้ โดนสร้างให้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์ ไม่เห็นผู้สร้างที่แท้จริง
เห็นเพียงผู้สร้างจำลองอย่างหุ่นยนต์พ่อและแม่ สุดท้ายเหล่าหุ่นยนต์นี้ ก็จะเริ่มไปตู่เอาเองว่า
ความคิดเจอสิ่งนั้นทำสิ่งนี้ เจอสิ่งนี้ทำสิ่งนั้น เป็นการตัดสินใจ เป็นความคิดของมันเอง
ซึ่งจะต่างกับหุ่นยนต์ที่รู้ว่ามีมนุษย์เป็นผู้สร้างมัน หุ่นยนต์พวกนี้จะรู้ว่าความคิดไม่ใช่ของมันเอง
แต่เป็นความคิดที่คนสร้างโปรแกรมมาให้ หรือเป็นสิ่งที่เลียนแบบผู้สร้างมา
บ้างครั้งก็เลียนแบบแต่ท่าทางไม่ได้เลียนแบบไปถึงอารมณ์ เช่น เจอสิ่งนี้ต้องทำสีหน้าเศร้า
มันรู้แค่นั้น จริงๆมันไม่ได้เศร้า แต่ต้องทำสีหน้าแบบนี้ มันไม่ได้มีอารมณ์รวมด้วยจริงๆ
เพราะมันไม่มีตัวมีตนมารับรู้อารมณ์นั้นขึ้นมาจริงๆ และนี้คือสิ่งที่หุ่นยนต์แบบนี้ขาดไป
คือ ความเป็นตัวเป็นตน ซึงเป็นขอบเขตการศึกษาและพัฒนากันมาช้านานให้หุ่นยนต์แบบนี้รู้สึกถึงความมีตัวมีตน
แต่ถึงแม้ว่าหุ่นยนต์จะรู้สึกถึงความมีตัวมีตนของตนเองได้ แต่ผู้สร้างมันขึ้นมา
ย่อมเห็นความว่างเปล่าในหุ่นยนต์ ย่อมเห็นว่าความคิดทุกอย่างล้วนไม่ใช่ของหุ่นยนต์ตัวนี้
หุ่นยนต์นี้หาได้มีตัวมีตนจริงๆไม่ เพียงแค่มีความคิดหนึ่งบอกว่านั้นคือความคิดของมันเท่านั้น
เพียงแค่หุ่นยนต์เชื่อไปเองว่ามันมีตัวมีตนเท่านั้น
 
มักจะมีหลายคนตั้งคำถามเสมอว่างั้นพระอรหันต์ก็ไม่ต่างอะไรกับหุ่นยนต์นะซิ
ให้ลองเปรียบเทียบง่ายๆ ระหว่างหุ่นยนต์ที่เคยคิดว่าตนเองมีตัวมีตนมาก่อนแต่ต่อมาเห็นจริง
เหมือนเฉกเช่นเดียวกับที่ผู้สร้างเห็น กับ หุ่นยนต์ที่ไม่เคยมีตัวมีตนมาก่อน
จะเห็นทั้ง 2 หุ่นยนต์ต่างกันสิ้นเชิง เหมือนกับสิ่งมีชีวิต กับ สิ่งไม่มีชีวิต
เหมือนกับ คนรวยที่ไม่ใช้เงินเพื่อตนเองเพราะเห็นถึงความน่ากลัวของเงิน
กับคนจนที่ไม่ใช่เงินเพื่อตนเองเพราะไม่มีเงิน
 
มาเข้าเรื่องการตัดสินใจกันต่อ
จะเห็นได้ว่าหลายครั้งเราตัดสินใจไปโดยไม่รู้ว่าตัดสินใจไปแล้ว
ซึ่งรวมไปถึงการตัดสินใจที่มีการคิดปรุง โดนปรุง
คือ กิเลสปรุงจิตก่อน จากนั้นจิตอดทนไม่ไว้ก็ไปปรุงกิเลสต่อบ้าง
เช่น อาหารนั้นน่ากินเนอะ ใช่ๆ ยิ่งถ้ามีอันนี้กับอันนั้นด้วย เยี่ยมเลย ไปๆ กินกันๆ
การตัดสินใจแบบนี้จึงน่ากลัวนัก เพราะหากสัญญาเก่าๆที่เก็บไว้
เป็นสัญญาไม่ดี ก็จะเน้นหนักไปทำแต่เรื่องไม่ดีตามที่เคยเขียนไว้ในแผนภาพขันธ์ 5
ทุกอย่างจึงต้องเริ่มต้นเห็นความคิดตนเองก่อน เห็นก่อนว่า
เออๆ มันคิดแล้วนะๆ นั้นละหลายๆคนจะเริ่มเห็นสัญญาเก่าๆ เห็นนิสัยไม่ดีที่
มีความเห็นแก่ตัวสูงมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างของเราเองจำได้ตอนที่เริ่มสังเกตเห็น
นี้จะเน้นหนักไปทาง ริษยาซะสูง เมตตาน้อย มุทิตาน้อย กรุณาก็น้อยใหญ่ อุเบกขาไม่มีเลย
ที่เรียกว่าน้อยเพราะลึกๆตื้นๆยังหวังได้ผลตอบแทนทั้งนั้น
ยิ่งสังเกตในชีวิตประจำวัน ยิ่งเห็นชัดขึ้น ว่ากูนี้เลวจริงๆ  แต่นั้นก็ทำให้ต่อมาเข้าใจอุบายของการกราบพระ
การอนุโมทนา การไหว้ที่ออกมาจากใจและความสำคัญของพรหมวิหาร 4 แต่ช่วงนั้นก็ยังรังเกียจนิสัยพวกนี้
พยายามปรุงแต่งให้มีแต่สัญญาฝ่ายดี จนกระทั่งได้ฟังหลวงพ่อปราโมทย์
เก็บเล็กผสมน้อยไปในทุกๆวัน ก็เริ่มเห็นแล้วว่าเขามาเขามาเอง เขาไปเขาไปเอง
ไม่ได้เกี่ยวกับเราเลย จะไปโกรธ ไปเกลียด ไปชอบ ไปไม่ชอบ มันก็ไม่ด้อะไรขึ้นมา
สักพักก็เห็นอีกว่ามันให้ค่าของมันเอง ให้เสร็จแล้วก็ไป ไปแล้วก็มา บ้างครั้งเรื่องเดียวกันต่างเวลา ให้ค่าต่างกันอีก เอาซิ
แต่อดทนนะ มันใช่ว่าจะไปถึงฐานตรงการให้ค่าได้ง่ายๆ ถึงแม้มีคนบอกไบ้ให้ใช่ว่าจิตเขาจะเชื่อ
อาการจิตเขาไม่เชื่อเป็นไง ก็อึดอัด ก็จุก ก็เพราะเขาประท้วงนั้นเอง
แต่ก็รู้ได้เท่าที่รู้ได้ไปเรื่อยๆ จิตเขาก็อ่อนลงเอง แล้วอยู่ๆ เขาก็เชื่อ เขาก็ถึงฐานของเขาเอง
อดทนที่จะอุเบกขาต่อเหยื่อทั้งหลายนี้ละสำคัญมากๆ
 
และยิ่งรู้ลูกเดียว ศึกษาตนเองไปเรื่อยๆ ทุกวันๆ ยิ่งเห็นจริงตามที่ท่านสอน
ยิ่งสำนึกบุญคุณท่านมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ยิ่งขอบคุณพิก ผู้ชี้ทางทำให้เราได้ฟังหลวงพ่อ
รู้เลยว่าเป็นหนี้บุญคุณหนักมากชาตินี้ทั้งชาติก็ใช้ไม่หมด ตอนนี้ได้เพียงแต่แทนคุณ
โดยการรู้ไปเรื่อยๆ ในทุกๆวัน และนำมาเขียนบอกเล่าไว้ใน space เผื่ออาจเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
อาจเล็กน้อย แต่จะพยายามให้ดีที่สุด สม่ำเสมอ และเป็นประจำ ให้สมกับที่มีผู้ชี้ทาง ให้สมกับที่ได้ฟังธรรม
 
มันเหมือนเกมส์ RPG นะ ถ้าเราอยากทำให้การตัดสินใจแต่ละอย่างเป็นทางที่ดั เป็นทางที่ถูก ทางที่ควร
มันต้องสะสมค่าประสบการณ์ ให้ level สูงๆหน่อย แล้ว level จะขึ้นได้ก็ต้องไปตี monster เองนะ
จะไปคุยกับตัวละครภายในเกมส์ อ่านเอกสารต่างๆ ให้นานเท่าไร level ก็ไม่มีทางสูงขึ้น
มันต้องลงมือเอง แล้วใช่ว่าไปตี monster 2-3 ตัว แล้วจะไปลุย Boss เลย ก็ไม่ได้นะ ก็ตายนะ
พอตาย level ก็ลดลงด้วย เออ ไอ้ความอดทนและสัญญาดีๆมันเป็นแบบนี้จริงๆ มันต้องสะสมก่อน
สะสมจากเรื่องเล็กๆน้อยๆ monster ในจิตใจตัวเล็กๆนี้ละ โกรธเล็กๆ ก็รู้ว่าโกรธไปไม่ต้องแทรกแซง
เกลียดเล็กๆ ก็รู้ว่าเกลียดไปไม่ต้องทำอะไรมากกว่านั้น เพราะถ้าทำมากกว่านั้นเมื่อไร ก็เรียบร้อยการตี monster ครั้งนั้น
ก็แพ้ค่าประสบการณ์ก็โดนหักลบออกไปด้วยตาม level ของ monster นั้นๆ
มันก็เหมือนในเกมส์หลายเกมส์นะ ที่เราไม่รู้หรอกว่า  Boss จะออกมาเมื่อไร
แต่ถ้ามันออกมาเราพร้อมที่จะสู้ไหม พร้อมคืออะไร พร้อมก็คือ level สูงพอไหม
ถ้าไม่พอก็ตาย level โดนหักลบเพียบ กว่าจะไต่เต้าขึ้นมาให้ได้ level เดิมอีกก็ต้องใช้เวลา แต่หากชนะน่ะ level ก็เพิ่มอีกเพียบเช่นกัน
ตัวอย่าง Boss เช่น คนใกล้ตัวที่เรามีความเกรงใจน้อยมาทำเรื่องที่ขัดใจเราสุดๆ หรือโดนเส้นเราสุดๆ
นี้ละความโกรธ ความไม่พอใจขนาดมหึมาจะมาเยือนทันที ทางเลือกในการตัดสินใจมี 2 ทาง 1. รู้ลูกเดียว 2. ระบายไปเลย
แน่นอนว่าหาก level ต่ำ ไม่ค่อยชนะ ความโกรธเล็กๆมาก่อนเลย ก็เสร็จเลือกข้อ 2 แน่นอน
แต่หากสะสมการชนะความโกรธเล็กๆน้อยๆ มาจำนานมหาศาล ย่อมที่จะเลือก ข้อ 1 ได้ไม่ยากแม้อาจใช้เวลานานหน่อยในการตัดสินใจ ในการต่อสู้
ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่ามันเลือกเอง จิตระดับนั้นๆเขาตัดสินใจของเขาเอง ไม่ได้มีเราไปเกี่ยวข้องอะไร
และนี้ละความสำคัญของการรู้อย่างเป็นประจำแม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ นี้ละจึงได้ชื่อว่าผู้ไม่ประมาท
 
ลองทดสอบ level ตนเองเล่นๆดูก็ได้ level นี้ก็มีหลายส่วนนะ ส่วนปัญญา ส่วนศรัทธา ส่วนสมาธิ ส่วนศีล ส่วนพรหมวิหาร ส่วนฆราวาสธรรม
งั้นมาลองทดสอบส่วนศรัทธากัน ขึ้นชื่อว่าชาวพุทธหลายคนก็มั่นใจในศรัทธาตนเอง
งั้นมาลองเล่นเกมส์แห่งจิตใจนี้ดู โดยนึกดูว่า
เราจะไม่ได้เจอใครคนๆหนึ่งที่เรายึดติดมากๆ อีกต่อไปแล้วจริงๆนับจากตอนนี้ ถ้าเราเลือกที่จะเดินทางสายกลางนี้ต่อไป แล้วเราจะยังเดินต่อไปอีกไหม?
ขอให้หลับตาและนึกถึงหน้าคนๆนั้นขึ้นมาจริงๆ ตั้งใจและหนักแน่น จิตเขาจะเริ่มทำงานและดึงสัญญาทั้งหมดออกมาตัดสินใจ
คำตอบมีทั้งหมด 3 ทาง เราจะมาเฉลยคำตอบให้ในภายหลัง
 
สิ่งที่ยกมาให้ลองเล่นนี้จริงๆ แล้วเป็นการจินตนาการเวลาเจอ Boss
ว่าผลลัพธ์หากเราเจอ Boss เดียวนี้เราจะรอดไหม ในชีวิตจริง หากรู้ทัน เห็นทันความคิด
เราจะพบว่าวันๆหนึ่งชาวโลกอย่างเราเจอ Boss ไม่ต่ำกว่า 10 100+ ขึ้นอยู่กับว่าตาใจเราไวแค่ไหน
เขียนมาซะเยอะ ก็ยังไม่ review หนังตามที่สัญญาไว้
คงยกไปครั้งหน้าแต่จะเร็วกว่านี้ พร้อมทั้งมีหนังสือที่อยากแนะนำรวมไปด้วย
 
ส่งการบ้านสรุป ขี้เกียจนั้นละหลงไปแล้ว บักโง่บาส!!! >.< 
 

Commentaires (2)

Veuillez patienter...
Le commentaire entré est trop long. Raccourcissez-le.
Vous n'avez rien entré. Réessayez.
Il est actuellement impossible d'ajouter votre commentaire. Réessayez plus tard.
Pour ajouter un commentaire, tu dois avoir l'autorisation de tes parents. Demander l'autorisation
Tes parents ont désactivé les commentaires.
Il est actuellement impossible de supprimer votre commentaire. Réessayez plus tard.
Vous avez dépassé le nombre maximal de commentaires qu'il est possible d'envoyer le même jour. Réessayez dans 24 heures.
Votre compte a pu laisser les commentaires désactivés parce que nos systèmes indiquent que vous risquez d'arroser d'autres utilisateurs de messages. Si vous pensez que votre compte a été désactivé par erreur, contactez l'assistance en ligne de Windows Live.
Effectuez la vérification de sécurité ci-dessous pour finaliser l'envoi de votre commentaire.
Les caractères entrés pour la vérification de sécurité doivent correspondre à ceux de l'image ou du fichier audio.

Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous


Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous

- ข้อคิดเห็นแต่ละบล๊อกควรต้องจัดหมวดหมู่ให้ละเอียดกว่านี้
>>โอ้วววว ในที่สุด ในที่สุด ..ก็ได้คำติแว้วววววว :) ได้เลยๆจัดให้ๆ

ลองเพิ่มการเขียนในลักษณ์การยกตัวอย่างผลงานแล้วออกความคิดเห็นใจลักษณะของตนดูสิ
>> เคยเขียนตอนแนะนำหนังสือ แนะนำหนังอะ แต่หลังๆมันมาจากประสบการณ์เลยไม่รู้จะยกอะไรมาอ้างอิง
แต่ได้เดียวจัดให้ เพียงแต่จะตรงกันข้ามนิดหน่อย คืออ่านการวิจารณ์แล้ว อาจจะหนึ่งหรือสองวันหรืออาจมากกว่านั้น
จะยกคำเทศน์ของหลวงพ่อปราโมทย์มาเป็น link ที่เหมาะกับการบ้านที่เราส่งไปให้ได้เข้าไปฟังกัน (ปกติแล้วเป็นแบบนี้จริงๆ คือส่งการบ้านได้ไม่นานนัก พอไปเปิดคำเทศน์หลวงพ่อ ก็จะเจอสิ่งที่เราเขียนพอดี เหมือนได้ไปส่งการบ้านจริงๆเลย)

- ขอถามอะไรเล่นๆ หน่อยสิ ตอนนี้บาสรู้จักตนเองอยู่ประมาณวันที่เท่าไรของ
แฮะๆ หนังสือเล่มนี้ของดังตฤณเราได้มาเมื่อ 7 ปีที่แล้ว กว่าจะอ่านแล้วไม่หลับได้ก็เมื่อ 3 ปีกว่าๆ
แต่นั้นก็อดทนมากๆเลย ส่วนมากจะไม่หลับก็ตรงเนื้อเรื่องนี้ละ ส่วนช่วงอื่นก็พาลจะหลับเสียให้ได้เพราะตอนนั้น
เราไม่เคยผ่านประสบการณ์แบบนั้นมาเลย ถ้าวัดโดย โพชฌงค์ 7 แล้ว และเห็นว่าทุกบททดสอบก็บทเดียวกัน
สอบตกบทไหนถือว่า ตก แม้บทอื่นจะผ่าน แต่ถ้ายังมีบทเรียนไหนสอบตก ก็ถือว่าตกหมด ก็จะวนเวียนไปกลับระหว่าง
ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ ยังไม่ถึงอุเบกขาจริงๆ ถึงอุเบกขาเมื่อไร สักกายะทิฏฐิย่อมละได้ และ โพชฌงค์ 7 จะบริบูรณ์พร้อมๆกันตรงนั้น (เป็นสิ่งเดียวกัน)
ไม่ได้มาเป็นโพชฌงค์ที่ไม่สมประกอบอีกต่อไป (จากคำสอนของหลวงพ่อปราโมทย์) มันก็ยังมีหลายเรื่องนะที่เราอุเบกขาไม่ไว้ยังหลงไปคุยกับ
กิเลสจนจิตตกบ่อยๆ แม้มันจะสั้นขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ขาดสักที ก็ไอ้เรื่องความรักนี้ละ แสวงหาก็ไม่แล้ว ก็มีแต่ภาพเก่าๆที่จิตไม่ยอมวางจนเกิดเป็นตัว
ตนสมมติรองรับทุกข์ไปเต็มๆคือ มันไม่ยอมรับในวิบากของมัน คงต้องทุกข์ไปอีกสักพักจนมันหมดแรงแล้วคงไม่ฝืนอีกต่อไป เอาละนั้นวัดโดย
โพชฌงค์ 7 แต่หากวัดโดยการดูกายดูใจ (www.wimutti.net/pramote ลองฟังดูเน้อ อ่านก็เยี่ยมเลย) ก็รู้เป็นแล้วว่าจะรู้อย่างไรถึงรู้อย่างที่เขา
เป็นไป (เข้าใจสติปัฎฐาน4) คือ เห็นแล้วว่ากายมันขยับของมันเอง จิตเขาคิดของเขาเอง กิเลส เวทนา ก็แยกกันออกมาเป็นส่วนๆ ไม่ได้เป็นก้อนเดียวอีกต่อไป และทุกอย่างล้วนหนีไม่พ้นไตรลักษณ์จริงๆ
ปัญหาก็คือ ขาดสัมมาสมาธิในบางเรื่องทำให้จิตไม่ตั้งมั่นพอ ไม่วางลงซึ่งทุกสิ่ง ยังหวงแหนตัวตนเอาไว้ จนคิดว่ามันมีจริงๆอยู่
มันจึงไม่ยอมปล่อยสักที สิ้นปีนี้ก็อยู่ประมาณบริเวณนี้ละความก้าวหน้า
.
.

ก็คงต้องทุกข์กันต่อไป รู้กันต่อไป จิตเด็กดื้อนี้คงยอมรับในสักวัน :)
2 Jan.
Myths ...a écrit :
- ข้อคิดเห็นแต่ละบล๊อกควรต้องจัดหมวดหมู่ให้ละเอียดกว่านี้
หรือไม่ก็แต่ละบล๊อกควรมีหัวข้อแต่ละย่อหน้า
เหมือนบอกภาำพรวมแต่ละส่วน เพราะเนื้อหาแต่ละส่วนจะยาวจนบางทีอยากจะละการอ่านไป..

- ลองเพิ่มการเขียนในลักษณ์การยกตัวอย่างผลงานแล้วออกความคิดเห็นใจลักษณะของตนดูสิ
เผื่อจะทำให้คนที่ได้อ่านผลงานนั้นๆ เข้าใจตามที่มันควรจะเป็นมากขึ้น..

- ขอถามอะไรเล่นๆ หน่อยสิ ตอนนี้บาสรู้จักตนเองอยู่ประมาณวันที่เท่าไรของหนังสือเล่มนี้หรอ
http://dungtrin.com/7months/
1 Jan.

Rétroliens

L'URL de rétrolien de ce billet est :
http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!655.trak
Blogs Web qui font référence à ce billet
  • Aucune