| Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes | Aide |
|
29 mai ทุกข์คือสุข และ สุขคือทุกข์ส่งการบ้านครั้งนี้ เป็นการเล่าถึง
ความทุกข์ที่เราเผชิญมากเนื่องจาก การรักและชอบความสงบ
แต่ก่อนจะมารักและชอบความสงบมันก็มีปัจจัย
มาจากการรักและชอบการอยู่เป็นกลุ่ม และเกลียดความสงบตั้งชื่อมันว่าความเหงา
แต่เมื่อเห็นความทุกข์จากการลาจาก เห็นความทุกข์จากการเปลี่ยนแปลงมากๆเข้า
มันก็เริ่มสะสมๆ ให้เราไม่ชอบที่จะอยู่กับกลุ่มคนจำนวนมาก
และเริ่มหันมาชอบความเหงาที่โดนเปลี่ยนชื่อเป็นความสงบ
แต่เพราะการรักความสงบนี้เอง
ทำให้ต้องเผชิญทุกข์ทุกครั้งที่ไม่สามารถหลีกหนี
ที่จะต้องเข้าไปในกลุ่มผู้คนได้ อาจจะไม่เจออยู่บ้างถ้าเป็นกลุ่มเพื่อน
แต่กระนั้นหากเพื่อนชวนก็ยังรู้สึกไม่อยาก ไม่เอา ไม่ไป
จนกระทั่งไปอยู่ในกลุ่มแล้วก็ เออ มันก็ไม่ได้ไม่ชอบอย่างที่คิด
จะเห็นได้ว่าการหลงและรักความสงบของเรา
ได้สร้างทุกข์ตั้งแต่ยังไม่ต้องเข้าไปในกลุ่มคน
เพียงรู้ว่าต้องไป มันก็ทุกข์ มันก็ฟุ้งแล้ว
แล้วยิ่งไม่ชอบ มันก็ยิ่งเจอ และอะไรที่จินตนาการว่าต้องเจอ
หรือกลัวว่าต้องเจอ มันก็เจอหมด ไม่พอเรายังไปกดความไม่ชอบนั้นไหว
จึงยิ่งพลักดันให้เกลียดความไม่สงบมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งถึงจุดหนึ่ง เมื่อมันยอมรับอาการไม่ชอบความสงบได้
จิตเขาอยู่ๆก็ได้คำตอบขึ้นมาเองว่า
ต้นตอแห่งทุกข์นี้มันมาจากสุขที่เกิดจากความสงบโดยแท้
หากไม่มีเราที่หลงซึ่งความสงบ ก็ไม่มีเราที่ต้องทนทุกข์เมื่ออยู่ในกลุ่มคน
มันเกิดขึ้นเพราะความยึดติด และการให้ค่าความสงบโดยแท้
สิ่งที่เขียนในวันนี้จะคล้ายกับสิ่งที่เขียนในเรื่อง ชำแหละความสุข
จะต่างกันก็ตรงที่ วันนี้เห็นชัดขึ้นว่า ไม่ใช่ว่าเอาสุขแล้ว สักพักถึงจะได้ทุกข์
แต่เมื่อสร้างตัวตนที่จะเอาสุขแล้ว มันจะมีตัวตนที่จะเอาทุกข์เกิดขึ้นตามทันที
เราเคยเขียนไว้ว่า สุขและทุกข์อยู่บนเหรียญเดียวกันแต่คนละหน้า
แต่ตอนนี้เราเห็นแล้วว่าสุขและทุกข์คือสิ่งเดียวกัน
เพราะสุขเกิดจากทุกข์ และทุกข์เกิดจากสุข
หรือไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ ทั้งสองคือสิ่งเดียวกัน
หากยังเลือกที่เจะเอา ยอมมีการไม่เอา
เราเคยเลือกที่จะชอบอยู่ในกลุ่มผู้คน สุดท้ายเราก็ทุกข์เพราะเหงา เพราะสงบ
เราเคยเลือกที่จะชอบความเหงา ความสงบ สุดท้ายเราทุกข์เพราะการอยู่ในกลุ่มผู้คน
หากเพียงยังมีเราที่จะชอบ ที่จะเอาบางสิ่ง ย่อมยังมีเราที่จะไม่ชอบ ที่จะไม่เอาบางสิ่ง
แล้วย่อมมีเราที่ยังทุกข์
เหตุแห่งทุกข์ก็คือความสุข
และเหตุแห่งสุขก็คือความทุกข์
หากเห็นกายนี้จิตนี้เป็นสุข ทันทีทันใดเราจะเห็นว่ากายนี้จิตนี้เป็นทุกข์
ยิ่งเห็นว่าสุขมากเท่าไร ก็จะเห็นทันทีว่าทุกข์มากเท่านั้น
เช่น หากรักกายที่หนุ่มที่สาวมาก ก็จะมีตัวตนที่เกลียดกายที่ไม่หนุ่มไม่สาวทันที
หากรักในจิตผู้รู้มาก ก็ย่อมจะมีตัวตนที่เกลียดการไม่มีจิตผู้รู้ขึ้นมาทันที
ในตอนนั้นเองหากจิตยอมรับซึ่งไตรลักษณ์
จะเห็นทันทีว่า จิตผู้รู้ย่อมไม่เที่ยง กายหนุ่มสาวย่อมไม่เที่ยง
ล้วนเป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่ได้ แต่หากยังมีตัวตนที่ชอบในการมีกายมีจิตนี้
ย่อมมีตัวตนที่ไม่ชอบการไม่มีกายไม่มีจิตนี้
และตัวตนที่ไม่ชอบย่อมฝืนซึ่งกฏของธรรมชาติ ย่อมฝืนซึ่งกฏไตรลักษณ์
เมื่อนั้นทุกข์มหาศาล ก็เกิดขึ้นตามมาทันที
ดังคนที่ชอบไฟและกำมันไว้คิดหวังให้ไฟมันเย็นตลอดไป คิดฝืนให้ อนิจจัง เป็นนิจจัง
หารู้ไม่หากเพียงยอมรับว่าไฟร้อนและไฟเย็นก็คือไฟ มันทำหน้าที่ของมันไป
ไม่จำเป็นต้องชอบหรือไม่ชอบ
ย่อมเลิกกำมัน ย่อมไม่มีเราที่จะรองรับความทุกข์ ย่อมไม่มีเราที่จะรองรับความร้อน
สุขและทุกข์ก็เหมือนดังไฟเย็นและไฟร้อน สุดท้ายทั้งสองคือสิ่งเดียวกัน คือไฟเหมือนกัน
ไฟไม่ได้สุข ไม่ได้เย็น ไม่ได้ทุกข์ ไม่ได้ร้อน มีเพียงเราที่เลือกจะไปยึดติดให้ค่ามัน จึงย่อมมีเราที่ต้องทุกข์และร้อน
ขึ้นอยูกับว่าจะยึดติดและกำแน่นขนาดไหน เพราะยิ่งกำแน่นมากก็ยิ่งทรมานมากเท่านั้นเอง
ยิ่งรักสุขมาก ก็ยิ่งทรมานเพราะทุกข์มากเช่นนี้เอง CommentairesPour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!628.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|