| Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes | Aide |
|
16 avril ตัวตนแห่งสติ ตัวตนแห่งผู้รู้ด้วยข้อจำกัดของภาษาจึงทำให้เกิด การส่งการบ้าน เพิ่มเติม อีกครั้ง
"เพียงเห็นไม่ใช่ดู เพียงได้ยินไม่ใช่ฟัง เพียงรู้ไม่ใช่คิด"
ประโยคนี้ ไม่ใช้การห้ามไมให้ดู ไม่ใช้การห้ามไม่ให้ฟัง และทั้งไม่ใช่การห้ามไม่ให้คิด
เป็นเพียงวิหารธรรมหนึ่ง ที่ทำให้รู้สึกถึงสภาวะเผลอ
ให้ได้เรียนรู้ถึงสภาวะเผลอ ว่าสภาวะเผลอนั้นคืออะไร เป็นอย่างไร
ปกติ เราอาจจะใช้ ลมหายใจ ท้องพองยุบ พุทโธ คือเมื่อใดที่ลืมฐานนี้ไป
ให้รู้สึกตัวว่านี้ละคือ สภาวะเผลอ สภาวะหนึ่ง
หรืออาจใช้ ศีล5 คือ เมื่อใดที่รู้สึกตัวว่ากำลังจะผิด ศีล5 นั้นละคือ สภาวะเผลอ
หรือใช้ซึ่งวิหารธรรมหลัก สติปัฏฐาน4 ที่ใช้ได้ตลอดเวลาเพราะทุกสภาวะเผลอจะโดนสะกิดให้รู้สึกตัวได้หนีไม่พ้นซึ่ง 4 ฐานหลักนี้
เพราะวิหารธรรมหลักนี้ เป็นรากฐานของวิธีอื่นๆ และเป็นทางสายเดียว ที่ใช้ทำให้ได้เรียนรู้ถึงสภาวะเผลอนั้นเอง
การจะมีตัวตนแห่งสติ ตัวตนแห่งผู้รู้ปรากฏขึ้นมาได้นั้นก็เพราะมีผู้ถูกรู้ หรือ สภาวะเผลอ สภาวะหลง
แต่เนื่องจากสภาวะเผลอมีหลากหลายทั้งยังมองยาก เปรียบเหมือนดั่งปลาน้ำลึก ที่ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในน้ำหรืออยู่ในสภาวะเผลอตลอดเวลา
ดังนั้นการให้จิตรู้ว่าเผลออยู่ หลงอยู่เป็นอย่างไรจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
เพราะหากไม่รู้ถึงเผลอ ย่อมไม่เข้าใจถึงสติ และย่อมไม่เห็นสภาวะของไตรลักษณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา
เมื่อไม่เห็นถึงไตรลักษณ์ จิตย่อมไม่เชื่อในไตรลักษณ์ และนั้นคือ อวิชชาที่หนักหนาสาหัสมาก
นอกจากนี้สภาวะเผลออีกแบบที่เหมือนเป็นด้านตรงข้าม แต่หากมองดึๆ นั้นก็คือ การเผลอแบบหนึ่ง
เรียกว่าการเผลอเพ็ง เช่น การสร้างภพหนึ่งขึ้นมา อย่าง นีบเลข พุทโธ แล้วไหลไปอยู่ที่นั้น (เป็นวิหารธรรมที่ดีหากไม่ไหลลงไป)
เกาะติดเป็นผู้ทำ ผู้หายใจ ผู้นับเลข หารู้ไม่นั้นละ สภาวะหนึ่งของผู้เผลอ หากโดนสะกิดรู้สึกตัวว่านั้น
คือ สภาวะเผลอ ย่อมเป็นเหตุให้ผู้รู้เกิดขึ้นมาในทันที
และเช่นกัน ด้วยความรวดเร็วมาก จิตผู้รู้จะดับไป พร้อมทั้งจิตสภาวะเผลอใหม่ที่เกิดขึ้น
แต่จิตผู้รู้จะยังไม่เกิดหากจิตเขาไม่รู้ว่านั้นคือ สภาวะเผลอใหม่
วิหารธรรมหลักจึงเปรียบเหมือนกระบวยตักปลา เปรียบเหมือนเครื่องสะกิดใจ
ที่คอยตักปลาให้ขึ้นมาอยู่เหนือน้ำแป๊ปหนึ่งให้ปลาได้รู้จักน้ำ ให้คนโดนสะกิดรู้จักสภาวะเผลอ
ตอนนั้นเองจิตจะเริ่มเรียนรู้และจดจำสภาวะเผลอในแบบต่างๆ โดยอัตโนมัติของเขาเอง
ไม่ว่าจะเผลอเพ็ง เผลอฟุ้งซ่าน เผลอคิด เผลอฟัง เผลอดู และเมื่อรู้ถึงสภาวะเผลอต่างๆนี้
ตัวตนแห่งสติ คือ ผู้รู้ ผู้เห็น ผู้ได้ยิน ก็เกิดขึ้นมาของเขาเอง แล้วจะดับก็ดับของเขาเอง
แต่การจะให้จิตผู้รู้เกิดบ่อยๆ เกิดอัตโนมัติ เพื่อประโยชน์ในการเห็นซึ่งไตรลักษณ์นั้น
ก็ต้องอาศัยเวลา ให้จิตเขาได้เรียนรู้และจดจำถึงสภาวะธรรม สภาวะเผลอนี้
ซึ่งมีเพียงวิหารธรรมหลัก ที่เป็นหนทางในการให้จิตได้เรียนรู้ภึงสภาวะธรรมนี้
ให้ปลาได้เรียนรู้จักน้ำ ให้คนที่ลืมตาอยู่ได้เรียนรู้ว่ากำลังหลับอยู่ไม่ใช่ตื่น
"เพียงเห็นไม่ใช่ดู เพียงได้ยินไม่ใช่ฟัง เพียงรู้ไม่ใช่คิด"
จึงเป็นประโยคหนึ่ง ที่ใช้สะกิดใจให้รู้จัก
สภาวะเผลอดู สภาวะเผลอฟัง สภาวะเผลอคิด
เป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากภาพและเสียงที่อยู่ทั้งภายนอกและภายในใจ นั้นเอง..
CommentairesPour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!610.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|