| Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes | Aide |
|
11 mars ความตายแห่งตัวตน และตัวตนอยู่หนใดสัปดาห์กว่าที่ผ่านมา ได้มีโอกาสคุยกับ เพื่อนเอ๋ย
หลังจากไม่ได้คุยมานาน สิ่งหนึ่งที่รู้สึกได้
คือ เอ๋ย เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากๆ
เอ๋ย เห็นความสำคัญของศีล และยังปฏิบัติในรูปแบบ
อย่างสม่ำเสมอ ที่สำคัญคือ เอ๋ย มีมาตรวัดหรือค้นพบ
จุดสมดุลในตัวเองบางส่วนแล้ว เอ๋ย ถึงเล่าได้ว่า
ตอนนี้ดีขึ้นหรือแย่ลง
เราเองดีใจมาก และอนุโมธนาไปกับเอ๋ย
เอ๋ยได้เรียนรู้จากความทุกข์ จนบอกกับตนเองได้ว่า
ความผิดความทุกข์ทุกอย่าง
ไม่ได้มาจากใครแต่ยอมรับอย่างเต็มใจว่ามาจากตนเอง
และที่สำคัญ เอ๋ยได้ค้นพบความสำคัญของครอบครัวมากยิ่งๆขึ้น
ในใจเอ๋ยอาจจะนึกขอบใจเรา แต่เราเองก็รู้สึกขอบคุณเอ๋ยจากใจ
เพราะด้วยบารมีและวุฒิภาวะ ไม่มีสิ่งใดเลย ที่เอ๋ยควรเชื่อในคำแนะนำเรา
และตัวเราเองก็ยอมรับในวิบากนี้ ว่าเขียนสิ่งใด เล่าสิ่งใด
หาคนอ่าน และคนเชื่อได้ยาก เว้นเพียงแต่คนที่มาอ่านมีโอกาสปฏิบัติ
และมีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ถึงจะเห็นภาพและไม่โดนความลังเลสงสัย
ทิฐิมานะพาออกไปก่อน แต่หากไม่เคยผ่านมาก่อนก็จำเป็นต้องมีความเชื่อในตัวเรา
ถึงจะสามารถพิจารณาคำแนะนำที่เราเขียนขึ้นมาได้
เราจึงรู้สึกขอบคุณเอ๋ยจากใจ เพราะทำให้เรามั่นใจยิ่งๆขึ้น
ว่าสักวันสิ่งที่เราเขียนจะมีประโยชน์ และมีกำลังใจที่จะเขียนต่อไป
ขอเล่าเรื่องขำๆที่เกิดขึ้นไม่นาน คือเรานึกว่า
CD ธรรมะของหลวงพ่อปราโมทย์มีแต่ตอนสวนสันติธรรม
ไม่รู้ว่าตอนศาลาลุงชินก็มีด้วย พึ่งมารู้เอาไม่กี่วันนี้เอง
คือ ใกล้มากๆ ใกล้เพียงเลื่อนเมาส์ ไม่รู้ผ่านเลยไปได้อย่างไร
ก็รู้สึกดีใจมาก ถูกใจกิเลสเบื่อได้ฟังแผ่นใหม่
จริงๆก็เป็นความจริงเดิม เพียงเปลี่ยนวันเวลา และลำดับคำสอน
กิเลสเบื่อก็โดนหลอกเล้ว หุหุ เห็นไหมกิเลสก็โดนหลอกได้
ยัง ยังก่อน ยังไม่เข้าเรื่อง
เพราะยังไม่ได้เล่าถึงละครวิทยุ กรรมพยากรณ์ ตอน ชนะกรรม
ที่เราได้มีโอกาสฟัง มา 2 ตอนจาก <Link นี้>
ขอขอบคุณคุณเกดมากๆครับที่ได้ทำให้เกิดละครวิทยุเรื่องนี้ขึ้นมา
ล่าสุดคาดว่าจะเสร็จทั้งหมดใน 1-2 สัปดาห์แรกของเดือนเมษานี้
หลังจากได้ฟังจนจบ 2 ตอน ก็เข้าใจทันทีว่า
ทำไมถึงมีคนติดละครวิทยุกันมาก เพราะเราเองก็ชอบมากๆ
ทั้งที่ตอนนั้นงานก็ไม่เสร็จ แถมยังจะสอบ
แต่ก็อดใจไม่ไว้จนต้องตามหา นิยายจริงๆมาอ่านต่อตอนต่อๆไป
จนกระทั่งอ่านไปถึงตอนที่ 20 เริ่มมีสติเห็นว่าไม่ได้การ
กินเวลาพอสมควร ก็เลยโดนข้ามไปอ่านตอนจบซะเลย หุหุ
.
.
.
และนั้นคือ ตัวตนหนึ่งที่สมมุติว่าชื่อบาสชอบอ่านนิยาย
และในตอนต้นของบทความนี้ก็เป็นอีกตัวตนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้
ความจริง เรียนรู้ธรรม ชอบสทนาธรรม เพื่อเพิ่มศรัทธา เพิ่มกำลังใจ เพิ่มมุทิตา ลดอัตตา
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกตัวตนหนึ่งของนายบาสที่ลามกจกเปรต
เวลาที่ต้องหาเรื่องคุยเล่นกับเพื่อน แน่นอนว่าเพื่อนผู้ชาย
ยังมีตัวตนที่ชอบตั้งใจทำหน้าที่
ตัวตนชอบเดี่ยวไมโครโฟน ตัวตนชอบตลกโปกฮา
และอื่นๆ อีกมากมายหลายตัวตน ที่ต่างใช้นามสมมุติว่า บาส
แต่ถามว่าตัวตนเรานี้อยู่หนใด
คำตอบก็คือ ตัวตนเหล่านี้อยู่ทุกที่ที่ทำให้เกิดตัวตนขึ้นมา
ตัวตนชอบอ่านนิยาย ก็ตอนมีนิยาย
ตัวตนเรียนรู้ธรรม ก็ตอนมีสติ
ตัวตนลามก ก็ต้องมีเพื่อน เป็นต้น
สังเกตว่าตัวตนไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย
แต่ตัวตนอยู่ในสิ่งที่ตัวตนอาศัยอ้างอิงถึง
และเช่นกัน นิยายเองมีตัวตนขึ้นมาได้
ก็เพราะ มีตัวตนหนึ่งหยิบนิยายมาอ่าน
พอว่างนิยายลงไป ทั้งตัวตนนายบาสอ่านนิยาย
และตัวตนนิยาย ในช่วงเวลานั้นก็หายไป
หรือได้ตายไปแล้ว เพราะส่วนมากไม่มีโอกาสที่จะกลีบมาอ่านซ้ำสอง
จะเห็นได้ว่าความตายแห่งตัวตนอยู่ใกล้เพียงพริบตา
และตายบ่อย ตายถี่ ทั้งยังเกิดบ่อยเกิดถึ่
หลายๆคนเรียกตัวตนนี้ว่าหน้ากาก เพราะเขาคิดว่า
คนๆหนึ่งมีตัวตนที่แท้จริงเพียงหนึ่ง แต่เขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วไม่มีซึ่งตัวตน
ตัวตนจะเกิดขึ้นได้ต้องมีอีกสิ่งมาอ้างอิงอาศัยซึ่งกันและกัน
จึงทำให้เกิดตัวตนขึ้นมาได้ หาได้มีตัวตนเดี่ยวตัวเดียวใม่
กลุ่มคนหนึ่งเอาตัวตนไปอ้างอิงกับร่างกาย
เมื่อร่างกายยังไม่ตาย เขาก็คิดว่ายังมีโอกาสได้พบคนๆนั้นอีก
ไม่ว่าจะนานเท่าไร ขอให้ร่างกายยังไม่ตายย่อมได้พบ
แต่หารู้ไม่ตัวตนของคนๆนั้นจริงๆไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย
แต่ไปอยู่ในความทรงจำของเขา เพียงเขาลืมคนๆนั้น
คนๆนั้นก็ได้ตายจากเขาไปแล้ว หรือแม้แต่ได้กลับมาพบเจอร่างกาย
ของคนๆนั้นอีกครั้ง แต่ตัวตนปัจจุบันกับตัวตนในความทรงจำบ่งบอก
ถึงความแตกต่าง สำหรับคนๆนั้นตัวตนในความทรงจำก็ได้ตายไปแล้วเช่นกัน
จะเหลืออยู่ก็เพียงแต่ในความทรงจำของเขา รอเวลาให้เขาลืม ตัวตนนั้นก็จะตายไป
ดังนั้นหากถามกันจริงๆว่าตัวตนของนายบาส
อยู่ที่ไหน ก็ต้องบอกว่าอยู่ในสิ่งอ้างอิงทุกอย่าง
แตกต่างกันไปตามสิ่งและคนอ้างอิงนั้นๆ
เมื่อหมดสิ่งอ้างอิง ตัวตนจะเหลือเพียงตัวตนสีจางๆในความทรงจำ
รอเพียงวันลืมหายไป และแม้จะได้กลับมาพบสิ่งอ้างอิงนั้นอีกครั้ง
ก็จะกลายเป็นตัวตนใหม่ที่คล้ายๆกันเกิดขึ้นมา หาใช่ตัวตนเดิมก่อนตาย 100%
เราเองก็มีตัวตนหนึ่งที่ชอบมาก เป็นตัวตน (สังเกตว่าตัวตนสามารถอ้างอิงกับอีกตัวตนได้)
ที่อ้างอิงจากการดูเดี่ยวไมโครโฟน จนกระทั่งลอกเลียนสไตล์ออกมาได้
แต่ตัวตนนี้จะปรากฏขึ้นมาได้ ก็เฉพาะได้เจอคนที่ฟังเดี่ยวได้
จะเห็นได้ว่า เราเอาตัวตนนี้ไปฝากไว้ที่ผู้อื่น
และเมื่อไม่มีผู้อื่นตัวตนนี้ก็เริ่มถูกลืมหายไป
จนกระทั่งมาพบกันอีกครั้ง ถ้าตัวตนของคนอื่นที่เราเอาไปอ้างอิงไปฝากไว้
ยังไม่หายไป ก็ยังสามารถให้กำเนิดตัวตนเดี่ยวขึ้นมาได้ แม้ไม่คล่องเท่า ตลกเท่าตัวตนเดิม
แต่ถ้าตัวตนที่ไปอ้างอิงหายไปแล้ว ตัวตนเดี่ยวก็ไม่มีเหตุให้เกิดมาได้อีก
ก็จะเหลือตัวตนที่โดนเอาไปอ้างอิงกับความทรงจำ
รอวันเวลาความทรงจำหาย ตัวตนเดี่ยวก็หายตามไป
ความทุกข์ของปุถุชนเกิดขึ้นก็เพราะสาเหตุนี้
พวกเขาไม่รู้และไม่ยอมรับว่า ตัวตนของผู้อื่น
ที่มาฝากไว้ที่ตัวเขา สามารถตายจากไปได้ง่ายๆ
ไม่ใช่ต้องรอเวลาให้ร่างกายของผู้นั้นเน่าสลายไป
และแม้แต่ตัวตนเขาเองที่ฝากไว้กับผู้อื่น
ก็สามารถตายได้ง่ายๆ เช่นกัน
ดังนั้นหากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดก็เช่น
นาย ก. มีตัวตนหนึ่งที่ฝากไว้กับสิ่งของหนึ่ง และนาย ข.
คนๆหนึ่งมีถึง 2 ตัวตน ลองมาคิดดูว่า ถ้าสิ่งของที่นาย ก.
เอาตัวตนไปอ้างอิงได้หายไป ตัวตนที่อยู่กับ นาย ข.
กับตัวตนที่อยู่กับ นาย ก. ก็แตกต่างกันสินเชิง
เพราะ นาย ข. เคยมีตัวตน นาย ก. เดิม จำไว้อ้างอิงไว้
ถึงตัวตน นาย ก. เดิมอ้างอิงสิ่งของนั้น
แต่ตอนนี้ไม่มี นาย ก. ตัวตนนั้นแล้ว
หากเป็นนาย ข. ที่ไม่รู้ว่า ตัวตนในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ร่างกาย
และจริงๆแล้ว ตัวตนนั้นตายได้ง่ายถึงเพียงไหน
นาย ข. ก็ต้องมาทนทุกข์ว่าทำไมนาย ก. เปลี่ยนไป
ทุกข์เพราะ ยังเห็นร่างกายนาย ก. อยู่
ยังคงคิดว่านาย ก. ยังมีชีวิต ตัวตนเดิมก็ต้องยังมีชีวิตอยู่
ยังเรียกกลับมาได้ เป็นเพียงความเชื่อที่ผิด
เหมือนกับการที่คิดว่าปลุกคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้
และจริงๆ ถึงจะเรียกตัวตนนั้นกลับมาได้ ก็เป็นเพียง
อีกตัวตนที่เกิดขึ้นมาใหม่ ซึ่งเกิดจากเหตุปัจจัยเดิม
ทำให้มีเพียงลักษณะคล้ายของเดิมเท่านั้น หาใช่ของเดิมไม่
นี้จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ที่ควรเริ่มมองเห็นว่า
ตัวตนหาได้อยู่หรือผูกติดกับร่างกายไม่
แต่ตัวตนอยู่ในทุกที มีซึ่งหลายตัวตน เป็นอิสระต่อร่างกาย
หากเริ่มเข้าใจและยอมรับซึ่งความจริงนี้
ย่อมทำให้ทุกข์น้อยลง เพราะทุกข์ทั้งหลายเกิดจาก
ความเข้าใจผิด ความไม่รู้
ต่อมาจึงเริ่มที่จะยอมรับว่า จริงๆตัวตนมันเกิดก็ง่าย
ตายก็ง่าย หากจะเกิดก็เกิดของมันเอง หากจะไปก็ไปของมันเอง
เพราะมันเกิดและตายโดบอาศัยสิ่งอื่นที่มันอ้างอิง
และเมื่อเป็นสิ่งอื่นก็ไม่มีทางไปควบคุมบังคับสิ่งนั้นได้
เพราะสิ่งอื่นๆนั้น จะมีขึ้นมาได้ก็เพราะ ไปอ้างอิงกับอีกสิ่งอื่นอีกเช่นกัน
มันกลายเป็นวงเวียนที่ซับซ้อน มีธรรมชาติ มีเกิด-ดับ และเคลื่อนที่อยู่เรื่อยๆ
หาได้มีตัวตนเดียวๆ ให้ได้ยึดได้ถือ ได้บังคับควบคุมไม่
หากเข้าใจได้เช่นนี้ก็พร้อมจะเปิดใจมองความจริง
ว่าทำไมถึงไม่มีเรา ไม่มีตัวตน สักกายทิฏฐิจึงขาดในที่สุด
เพียงลองบอกตนเองว่า ไม่มีเรา
จะมีอีกหลายตัวตนปรากฏขึ้นมาเถียง
ขอเพียงมีสติระลึกทัน
ก็จะเห็นถึงความไม่มีตัวตนของตัวตนนั้นๆ
จนสุดท้าย ตัวตน ทั้งหลายที่เถียง
ย่อมศิโรราบยอมแพ้ และเชื่อด้วยตัวเขาเองในที่สุด
.
.
.
วิปัสสนาจึงเหมือนเป็นครู เป็นทนาย
ที่ลูกศิษย์ และจำเลยทั้งหลายต่างออกมาค้านด้วยวาจามากมาย
แต่ครูที่ดี ทนายที่ดีไม่จำเป็นต้องกล่าวาจาใดๆตอบ
เพียงชี้ให้เขาเห็น ให้เห็นบ่อยๆ อ้าปากจะค้านทีก็ชี้ให้เห็น
สุดท้ายความจริงย่อมเป็นความจริง ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่
ความจริงก็ไม่เปลี่ยน เมื่อลูกศิษย์เห็นได้เช่นนี้
เขาจึงยอมรับไปด้วยตัวของเขาเอง . . .
Commentaires (2)Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous
RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!595.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|