แฟ้มประวัติ"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารบล็อกรายการ เครื่องมือ วิธีใช้

บล็อก


19 มกราคม

ทำอย่างไรจึงปฏิบัติได้ตลอดวัน

 
การจะปฏิบัติได้ตลอดวันนั้น
เราจะต้องไม่เหนื่อยกับการปฏิบัติ
ซึ่งการที่จะรู้สึกไม่เหนื่อยได้นั้น
ย่อมเกิดจากการไม่ปฏิบัติ
เพราะเมื่อไม่ปฏิบัติย่อมไม่เหนื่อย
 
ปกติแล้วในชีวิตของปุถุชนล้วนมีเรื่องให้ต้องปฏิบัติ
เช่น ต้องทำงาน ต้องคิด ต้องออกแรง เป็นต้น
แต่คำว่า ปฏิบัติ สำหรับการเจริญสติแล้ว คือ การไม่ปฏิบัติ
เพียงเห็นทุกอย่างไปตามธรรมชาติ เห็นโดยไม่เข้าไปแทรก
เห็นแล้วไม่ปฏิบัติ และเห็นโดยไม่ปฏิบัติ
หากเห็นได้เช่นนี้ ย่อมไม่เหนื่อย เพราะไม่มีเหตุแห่งการเหนื่อย
เห็นอย่างนี้ จึงเรียกว่า เห็นอย่างรรมชาติ
 
ปกติแล้วผู้เริ่มเจริญสติ มักเห็นโดยปฏิบัติ
เห็นอย่างนี้ไม่เป็นธรรมชาติ คือ เห็นแล้วยังบอกให้มองอีก
เมื่อบอกให้มองแล้วก็มอง ย่อมเกิดปฏิบัติ ย่อมเกร็ง
ย่อมเพ็ง ย่อมฝืน ล้วนเป็นอุปสรรคต่อการเจริญสติทั้งสิ้น
 
ดังนั้นวิธีที่จะเห็นอย่างไม่ปฏิบัติ
คือ เข้าใจว่าการเห็นอย่างธรรมชาติเป็นอย่างไร
หรือ เข้าใจว่าธรรมชาติเป็นสิ่งไหน
ให้ย้อนกลับมาดูที่ลมหายใจ เพราะหากเห็นธรรมชาติของลมหายใจได้
ย่อมเห็นขันธ์ 5 อย่างเป็นธรรมชาติได้
 
ลมหายใจที่เป็นธรรมชาติสามารถสังเกตได้ชัดที่สุด
ตอนเหนื่อยหอบ ตอนอ่อนเพลียแล้วกำลังจะนอน และตอนตื่นนอน
เป็นลมหายใจที่แสดงออกมาชัดเจนว่า ไม่มีเราไปบังคับธรรมชาตินี้ได้
และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าเรารู้ชัดว่าตอนที่เราเหนื่อยหอบนั้น ลมหายใจถี่
ลมหายใจหนัก ลมหายใจดัง เราจะรู้ได้โดยไม่บังคับว่าจงเห็น จงมอง จงดู
นั้นก็เพราะ โดยธรรมชาตินั้น มันเห็นอยู่แล้ว
 
หากจำอาการ มันเห็นอยู่แล้ว ได้
ย่อมเห็นอย่างไม่ปฏิบัติ คือ ไม่เห็นซ้อนเห็น
ปัญหาที่สำคัญคือ เราชินกับการปฏิบัติ เราชินกับการบังคับ
เชื่อว่าถ้าไม่บังคับให้ทำ มันก็จะไม่ทำ
นั้นเพราะ โดนความไม่รู้หลอกเอา
หากกลับไปอ่าน เรื่อง จิตใต้สำนึก และ แผนภาพขันธ์ 5 ที่เคยเขียนไว้
จะเข้าใจทันทีว่า เราไม่ต้องไปปฏิบัติ หรือ บังคับอะไรทั้งสิ้น
ขันธ์ 5 ก็ดำเนินไปตามธรรมชาติของมันอยู่แล้ว
มีเพียงจิตๆหนึ่งที่คอยหลอกเราเพราะความเคยชิน
ว่าเราบังคับ ควบคุม ขันธ์ 5 นี้อยู่ เพราะเราขันธ์ 5 จึงดำเนินไปได้
หรือ เรียกจิตนี้ว่า อัตตา
 
ลองสังเกตลมหายใจในภาวะปกติที่เคยปฏิบัติดู
ภาวะที่เราคิดว่าบังคับให้มันสั้น ให้มันยาวนี้ละ
จริงๆแล้วเราไม่ได้บังคับมันหรอก
เพียงแต่สัญญามันจำได้ว่า
ถ้าเริ่มนั่งสมาธิ ต้องให้ลมหายใจยาว
ถ้าคิดว่าฉันต้องปฏิบัติ ต้องให้ลมหายใจยาว
ถ้าคิดว่าฉันเพ็งไปแล้ว ต้องให้ลมหายใจสั้น
ถ้าคิดว่าให้เห็นลมหายใจ ต้องให้เกิดอาการอึดอัด
สังเกตดูมันไม่มีเราไปเกี่ยวข้องเลยแม้สักนิด
ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกของขันธ์ 5 อยู่แล้ว
 
เมื่อเห็นและยอมรับได้ดังนี้
ในชีวิตประจำวันจึงจะเริ่มสังเกตแล้วว่า
มีจิตๆหนึ่ง ที่มันรู้และมันเห็นทั้งกายใจเป็นปกติอยู่แล้ว
โดยที่ไม่ต้องคิดปรุงให้มันเห็นซ้อนเห็นเขาไปอีก
เราแค่รู้สึกตัวว่า อะ!!มันเห็นอีกแล้ว
หรือ อะ!!มันเห็นแล้ว มันเห็นแล้ว
เพียงแค่นั้น ไม่ต้องไปคิดปรุงต่อว่า
เห็นอะไร สิ่งที่เห็นนั้นมีค่าแบบไหน
เพราะหากเราคิดว่าเราคิดปรุงนั้นย่อมเกิดการปฏิบัติ
 
เพราะหากยังจำแผนภาพขันธ์ 5 ได้
เราจะรู้ว่าสัญญามันสามารถจำอาการที่เคยปรุงแล้วได้
หรือมันเกิดการคิดปรุงโดยอัตโนมัติ จริงๆไม่มีเราไปคิดปรุงหรอก
เช่น เห็นข้าวจออยู่ที่ปากมันก็อ้าปากเอง กินเข้าไปแล้วรู้สึกอร่อย
มันก็เป็นไปของมันเอง ไม่มีเราไปเกี่ยวข้องตรงไหน
เพียงแต่เราไปอุปทานว่า สังขารนั้นเป็นของเรา
โดยไม่ได้สังเกตธรรมชาติของมันเลย
 
แล้วจะสังเกต หรือเห็นอย่างเป็นธรรมชาติอย่างไร
ลองไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าดู
จะเห็นว่าอยู่ๆเราก็เดินไปที่กระจกเป็นอันดับแรก
อยู่ๆมือเราก็เอื้อมไปหยิบสบู่ในตำแหน่งที่คุ้นเคย
อยู่ๆเมื่อเห็นกระจกแล้วเกิดความคิดทันทีว่าเราหน้ามัน
ในช่วงอาการอยู่ๆนั้นหากเรารู้สึกตัวขึ้นมาว่า
อะ เห็นแล้วๆมันเป็นของมันเอง
อะ เห็นแล้วๆ เมื่อกี้มีความคิดหนึ่งบอกว่าเราหน้ามัน
สังเกตดูว่าจริงๆมีจิตหนึ่งที่มันเห็นอยู่แล้ว
เพียงแต่อำนาจของความเคยชินเราจึงไม่รู้สึกตัว
 
ดังนั้นเราจึงเพียงแค่รู้สึกตัวว่า เมื่อกี้เราเห็นอะไรเท่านั้นเอง
เพียงแค่รู้สึกตัว เพียงแค่รู้สึกตัวเท่านั้น
ว่าเมื่อกี้กายขยับ ใจไปคิดเพราะเห็นสิ่งนั้นหรือนึกสิ่งนี้
เพียงแค่รู้สึกตัว ไม่จำเป็นต้องทันมัน
หากทำได้เช่นนี้ จะไม่เหนื่อยและไม่ให้ค่าในสิ่งที่เรารู้สึกตัวเห็น
และจะรู้สึกมีกำลังใจ ว่าเราเริ่มรู้สึกตัวบ่อยขึ้นแล้วๆ
เริ่มเข้าใจชัดแล้วว่าขันธ์ 5 มันดำเนินไปของมันเอง
 
หากทำได้เช่นนี้บ่อยๆเข้า ความเป็นธรรมชาติ
การไม่คิดว่าเราบังคับขันธ์5 ได้   ก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ
กำลังใจที่มากขึ้นจากการตัดอุปทานจากการให้ค่ารวมทั้งธรรมชาติ
จากการเห็นอย่างรู้สึกตัว ก็จะทำให้ไม่เหนื่อย
ไม่คิดว่าปฏิบัติอยู่ เพราะไม่มีใครปฏิบัติ
ทุกอย่างล้วนเป็นไปของมันเอง ดำเนินของมันเอง
สุดท้ายจิตที่หลอกว่าเราทำอยู่ ว่าเราเหนื่อยอยู่
ก็จะหมดซึ่งเหตุให้เกิดจิตนั้นๆขึ้นมาได้ในที่สุด
และนั้นละ การปฏิบัติในทุกอริยาบถ การเพียรอย่างถูกวิธี
หรือการเพียรไม่ปฏิบัตินั้นเอง สติเฟื่อง
 

ข้อคิดเห็น

โปรดรอสักครู่...
ขออภัย ข้อคิดเห็นที่คุณป้อนยาวเกินไป โปรดย่อให้สั้นลง
คุณไม่ได้ป้อนข้อมูลใดๆ โปรดลองอีกครั้ง
ขออภัย เราไม่สามารถเพิ่มข้อคิดเห็นของคุณได้ในขณะนี้ โปรดลองอีกครั้งในภายหลัง
ในการเพิ่มข้อคิดเห็น คุณต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครองของคุณ ร้องขอการอนุญาต
ผู้ปกครองของคุณได้ปิดการแสดงข้อคิดเห็น
ขออภัย เราไม่สามารถลบข้อคิดเห็นของคุณได้ในขณะนี้ โปรดลองอีกครั้งในภายหลัง
คุณแสดงข้อคิดเห็นเกินขีดจำกัดสูงสุดที่สามารถทำได้ในหนึ่งวันแล้ว โปรดลองอีกครั้งในอีก 24 ชั่วโมง
บัญชีของคุณถูกปิดใช้งานการแสดงข้อคิดเห็น เนื่องจากระบบของเราพบว่าคุณอาจกำลังสแปมผู้ใช้รายอื่น หากคุณมั่นใจว่าบัญชีของคุณถูกปิดใช้งานอย่างไม่ถูกต้อง โปรดติดต่อ ฝ่ายสนับสนุน Windows Live
ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยทางด้านล่างเพื่อให้การแสดงข้อคิดเห็นของคุณเสร็จสมบูรณ์
อักขระที่คุณป้อนในการตรวจสอบความปลอดภัยต้องตรงกับอักขระในรูปภาพหรือเสียง

ในการเพิ่มข้อคิดเห็น ให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Windows Live ID ของคุณ (หากคุณใช้ Hotmail, Messenger หรือ Xbox LIVE คุณมี Windows Live ID อยู่แล้ว) ลงชื่อเข้าใช้


หากยังไม่มี Windows Live ID ลงทะเบียน

การติดตามข้อมูล

URL การติดตามข้อมูลสำหรับข้อมูลนี้คือ:
http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!568.trak
เว็บล็อกที่อ้างอิงข้อมูลนี้
  • ไม่มี