| แฟ้มประวัติ"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารบล็อกรายการ | วิธีใช้ |
|
29 กรกฎาคม สิ่งสำคัญที่สุดเนื่องในวันอาสาฬหบูชา หวนมาบรรจบอีกครั้ง
ซึ่งเป็นวันคล้ายวันครบองค์รัตนตรัยครั้งแรกในพระพุทธศาสนา
จึงอยากฝากสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่สามารถปิดเเส้นทางอบายภูมิ ทุคติภูมิ
ปิดทางไหลลงต่ำ ให้ต่ำสุดเพียง มนุษย์
ซึ่งหลายๆครั้งที่เราแพ้ให้กับกิเลส แพ้ให้กับมารทั้ง 3
เมื่อมาพินิจพิจารณาดูว่าทำไมถึงแพ้
ก็พบว่าในทุกครั้งที่แพ้เราลืมถึงสิ่งสำคัญเหล่านี้
หรือถ้าไม่ลืมก็ไม่สนว่ามันสำคัญ ปล่อยปะละเลย
จนสุดท้ายก็ต้องมานั่งปลง มานั่งท้อแท้ ว่าไม่ก้าวหน้า
ยังโดนโลกเล่นงานได้ง่ายดายเหลือเกิน
ทั้งๆที่หลายเดือนก่อนไม่เป็น ไม่ก้าวหน้าแถมยังถอยหลัง
ไม่ต้องโทษใครก็กรรมที่แพ้ตนเองบ่อยครั้ง
มันแค่กลับมาดูแลเราแค่นั้น ดูแลใหท้อแท้ ดูแลให้ถอยหลัง
ได้แต่สมน้ำหน้าตนเอง
แต่ไม่ว่าจะล้มสักกี่ครั้ง เราก็ขอนำกรรมนั้นมาสอนตัวเรา
จะลุกขึ้นมาอีก จะมานับหนึ่งอีก เมื่อรู้ว่าเส้นทางเดิมนั้นผิดพลาด
ก็ไม่ขอก้าวเดินซ้ำอีก
และสิ่งสำคัญที่เราควรระลึกไว้เสมอ
เพื่อไม่ให้แพ้ตนเอง ไม่ล้ม ไม่ไหลลงต่ำก็คือ
ศีล 5 นั้นเอง ดังต่อไปนี้
1. การไม่เบียดเบียนทั้งต่อผู้อื่นและตนเอง
เบียดเบียนยังไง ก็เบียดเบียนโดยเอาไฟโทสะ ไฟพยาบาท ไฟจองเวร
มาสุ่มอยู่ในอกผู้อื่น มาสุ่มอยู่ในอกตนเอง เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง
จำไว้เสมอว่าใครจะโกรธเกลียดเรา ไม่แย่เท่าเราไปโกรธเกลียดผู้อื่น
จองเวรผู้อื่น และไม่ให้อภัย ไฟเป็นของร้อน เมื่อรู้ว่ามันร้อน ก็วางมันลงซะ ไปถือทำไม
2. การไม่อยากได้ของของผู้อื่น หรือไม่เอาไฟโลภะ มาเผาตนเอง
ในความเป็นจริงไม่มีสิ่งใดเลยในโลก ที่เป็นของเราดังนั้นศีลขอนี้คือ
การให้เลิกตามใจความอยาก การปล่อยไปตามความอยาก
3.การไม่หลงไหลในกามคุณ หรือไม่เอาไฟโมหะในกามคุณมาเผาตนเอง
ข้อนี้เป็นข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับโลกในปัจจุบัน
และข้อนี้ยังเป็นสาเหตุของการละเมิดศีลในทุกข้อ
กามคุณนั้นจะเกิดขึ้นได้ ก็เพราะคิดว่า มันสวย มันเพราะ มันอร่อย มันหอม มันนุ่มนวล
เพราะหากไม่คิดว่ามันสวย รู้ทันมัน ก็ไม่มีซึ่งกามคุณ ย่อมไม่มีโมหะในมัน
4.การไม่สื่อสารในสิ่งที่ทำร้ายทั้งต่อผู้อื่นและตนเอง การสื่อสารก็เปรียบเหมือนความคิด เหมือนสังขาร
ยิ่งปล่อยออกไปมาก พูดออกไปมาก ก็ยิ่งฟุ้งมาก ยิ่งปรุงแต่งมาก และแน่นอนว่าต้องปรุงไปในทางย่ำแย่
หากคิดก่อนพูด ก่อนสื่อสารได้ คือมีสตินั้น ย่อมส่งผลให้ไม่ฟุ้ง ย่อมไม่ทำร้ายผู้อื่น และตนเอง
5.การไม่หลงไหลในความหลงในสิ่งที่ทำให้ขาดสติ หากถามว่าอะไรคือศัตรูของสติ
อะไรคือเชื้อไฟของการละเมิดศีล 4 ข้อแรก คำตอบย่อมต้องเป็นไฟโมหะ ไฟแห่งความหลง
ในตอนแรกโทสะ โลภะ กามคุณ ความฟุ้งซ่าน อาจจะพอดับได้
แต่เมื่อไปหลงไหลในมัน ไฟเหล่านั้นก็โหมแรงยิ่งขึ้น หนักข้อยิ่งขึ้น
หากไม่เติมเชื้อไฟ ไม่พอใจในการละเมิดศีลทั้ง 4 ข้อ โอกาสการะลเมิด
ย่อมต้องมีน้อย หรือกำลังเผลอจะละเมิดก็ย่อมมีสติพอตามทัน เตือนตนเองได้ทัน
หากรักษาข้อนี้ได้ย่อมส่งผลไปยังข้ออื่นๆ แต่ถ้าหากไม่ ย่อมเหลือเพียงแต่ทางไหลลงต่ำเท่านั้น
เมื่อถามว่า เราเกิดมาทำไม คำตอบนั้นก็เพราะ
เรายังอยู่ในความไม่รู้เราถึงยังต้องเกิด ยังต้องอยู่ในคุกวัฏสงสาร
ดังนั้นเราจึงต้องเกิดมาเพื่อให้รู้ ให้เข้าใจ ให้ตื่น ไม่ได้เกิดมาเพื่อ ลาภ ยศ สรรเสริญ ความสุข
และ ศีล 5 คือเงื่อนไข 5 ข้อแรกที่จะนำทางไปสู่เป้าหมายนั้น
และปิดเส้นทางทั้งหมดที่ทำให้ไหลลงต่ำ ให้หลงทาง
ดังนั้นขอให้รักษาให้ได้ ให้เห็นว่าสำคัญยิ่งชีวิต
ให้ปฏิบัติจนเห็นว่าศีลนั้นสำคัญมาก สู่ตายซะดีกว่า หากต้องทำผิดศีล
หากทำได้เช่นนี้ เห็นความสำคัญได้ขนาดนี้
ชาตินี้เราเกิดมาย่อมไม่ได้เป็นโมฆะบุรุษแล้ว....
(โมฆะบุรุษ คือ การเกิดครั้งนี้ไม่มีประโยชน์เลย หรือ เสียชาติเกิด)
สิ่งสุดท้ายที่ขอฝากไว้ การรักษาศีลไม่ใช้การต่อสู้กับไฟ
แต่เป็นการวางไฟนั้นลง ไม่ถือไฟไว้ วิธีการง่ายคือ ใช้สติดู
ดูให้รู้ว่าภาวะที่โดนไฟชนิดต่างๆมันสุ่มอยู่ มันรู้สึกยังไง
หากทำได้ ดูได้ ย่อมเห็นซึ่งทุกข์ ย่อมเห็นซึ่งความร้อนของไฟนั้นๆ
และเราถึงจะวางมันลงได้ ไม่ถือมันไว้เพราะความไม่รู้และความหลงอีกต่อไป...
ข้อคิดเห็น (1)ในการเพิ่มข้อคิดเห็น ให้ลงชื่อเข้าใช้ด้วย Windows Live ID ของคุณ (หากคุณใช้ Hotmail, Messenger หรือ Xbox LIVE คุณมี Windows Live ID อยู่แล้ว) ลงชื่อเข้าใช้ หากยังไม่มี Windows Live ID ลงทะเบียน
การติดตามข้อมูลURL การติดตามข้อมูลสำหรับข้อมูลนี้คือ: http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!480.trak เว็บล็อกที่อ้างอิงข้อมูลนี้
|
|
|