| Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes | Aide |
|
4 juin เหตุใดบุญจึงกลายเป็นบาปและสุขจึงกลายเป็นทุกข์ในพริบตาครั้งที่แล้วได้เขียนอธิบายขันธ์ 5 ด้วยแผนภาพ
ทำให้สามารถจะเขียนอธิบายเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้
ได้เร็วและเข้าใจง่ายมากขึ้น ดังนั้นก่อนอ่านหัวข้อนี้
ถ้าได้อ่านหัวข้อที่แล้วมาก่อนจะเป็นประโยชน์อย่างมาก
เช่นเดียวกับหัวข้อที่จะเขียนต่อๆไปในอนาคต
ปกติแล้ววิธีสร้าง บุญ โดยย่อคือต้อง
1. เมตตา คือ ความปราถนาหวังให้ผู้อื่นมีความสุข
2. กรุณา คือ ความสงสารอยากให้ผู้อื่นพ้นทุกข์แล้วลงมือกระทำ
และ 3. มุทิตา ตือ ยินดีในบุญของผู้อื่นหรือยินดีเมื่อผลแห่งกรรมดีได้เกิดแก่ผู้นั้น
แต่ 3 อย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้นหากเจอเหตุการณ์เช่นนี้
"เรามีความสุขดีอยู่แล้ว เก็บความปราถนาดีของคุณไว้เถอะ"
"เราทำของเราเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง (เสือก)"
"มายินดีเหรอ .... เหรอ เสร็จแล้วก็กลับไปซิอยู่ทำไม"
"บ้าปะ ประสาทกินแล้ว ไปช่วยตัวเองให้หายบ้าก่อนเถอะ"
"อะไรกันนักกันหนาเนี่ย ไม่ต้องช่วยแล้วจะไปไหนก็ไป"
"เป็นใครมาจากไหน ทำเป็นอวดรู้ ไปไกลๆเลย"
...
จะเห็นได้ว่าเราทุกคนคงเคยมีโอกาส
เจอเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้มาแล้ว คือทั้งๆที่หวังดี
จะทำดี ทำไมมันไม่ได้ดี ทำไมต้องมาว่ากันด้วย
หลังจากนั้นหากเราไม่เสียใจ ก็โกรธ บางคนอาจถึงขั้นลงไม้ลงมือ
ขึ้นอยู่กับวาจาจะแรงและสัญญาาด้านดีจะมีอยู่แค่ไหน
และนี้คือความน่ากลัวของ เมตตา กรุณา มุทิตา
มันเปลี่ยนจากบุญเป็นบาป
เปลี่ยนจากสุขเป็นทุกข์ในพริบตา เพียงถูกปฏิเสธจากผู้อื่น
และสาเหตุนั้นมีอยู่อย่างเดียว คือ ขาดอุเบกขา ประกอบ เมตตา กรุณา และมุทิตา
หลวงปู่เณรคำท่านว่า อุเบกขา ไม่ใช่การวางเฉยแบบอยู่เฉยๆไม่ทำอะไร
แต่เป็นการเฉยต่อขันธ์ทั้ง 5 โดยเฉพาะ สัญญา และ สังขาร
คือมีสติ(ใจ) ตามทันถึงช่วงพริบตาที่บุญจะกลายเป็นบาป
แล้วละมันเสีย เฉยเสีย ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปยุ่งกับมัน
เช่น เฉยต่อความโกรธที่มันเกิด เฉยต่อเหตุของความโกรธ
เฉยต่อความทุกข์เพราะมันเป็นเรื่องปกติของโลก เป็นต้น
ถ้าหากต้องเจอเหตุการณ์ดังที่กล่าวมา
เมื่อไรก็ตามที่มันจี๊ดขึ้นมา ให้เฉยต่อมันเสีย
รู้ให้ทันอย่าให้มันไปไกลกว่านั้น
ฝึกไปเรื่อยๆ จนตามทันก่อนที่คำพูดเหล่านั้นจะเข้าไปในสัญญา
เพราะหากมันเข้าไปแล้ว ถ้าสัญญาเรายังมีดีน้อยกว่าบาป
เราอาจจะทำบาปตอบกลับวาจานั้นได้
แต่ถ้าหากเรามีสัญญาดีมากกว่าบาป ฝ่ายทีกล่าววาจาก็ก่อบาปหนักอีก
เหมือนที่มีใครไปกล่าวมุสาวาจาต่อพระอริยเจ้า
และเหมือนที่ลูกๆ ปฏิเสธความหวังดีของพ่อแม่ด้วยคำพูดแรงๆ เพียงเพราะคิดว่าเราโตแล้ว
แต่ไม่คิดว่าต่อให้อายุ 80 ยังไงท่านก็เป็นพ่อและแม่ของเรา
ดังนั้นทั้ง 3 อย่างคือ เมตตา กรุณา มุทิตา ควรมี อุเบกขา กำกับเสมอ
เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ ขาวกลายเป็นดำ และบุญกลายเป็นบาป
แต่ทุกอย่างย่อมเดินอยู่บนทางสายกลาง
เพราะหากเราเลือก อุเบกขา อย่างเดียว
และฝึกจนรู้ทันถึง เมตตา กรุณา มุทิตา ในตอนที่มันเกิดขึ้น
หรือแม้แต่ตอนที่กำลังจะเกิด แล้ววางเฉยไปซะหมด
กรรมที่เราวางเฉย มันก็จะมาดูแลเราแบบวางเฉย
ซึ่งหากเป็นผู้ที่กำลังเดินทางจากปุถุชนไปสู่อริยชน
ก็ต้องใช้เวลานานมากขึ้น ฝันฝ่ามากขึ้น
เจอบททดสอบที่หนักมากขึ้น โดยไม่มีใครช่วย และคอยแนะ
จนอาจนำไปสู่การไม่รู้ทันความท้อได้
อย่าลืมว่า มีเพียงสัญญาที่ดีที่ได้รับการฝึกแล้ว
จึงนำไปสู่การละสัญญาทั้งหมด
และมีเพียงกรรมที่ดีเท่านั้นที่เป็นหนทางนำไปสู่การนิรโทษกรรม
ออกจากคุกวัฎสงสารนี้ได้
จำไว้เสมอว่า "ไม่มีใครดูแลเราได้ นอกจากกรรมของเราเอง"
และเราได้พิสูจน์แล้ว
แม้จะมีใครอ่านหรือไม่เราก็ยังพยายามเขียนอธิบายสิ่งที่เรารู้มา พิสูจน์มา
แล้วกรรมนั้นก็ได้สะท้อนออกมาในระหว่างที่เขียนหรือแม้แต่ตอนที่คิดจะเขียน
คือทำให้เข้าใจในสิ่งที่ไม่เข้าใจไม่เข้าถึงเพิ่มขึ้นมาในเฉียบพลัน
เราสอนน้องเรา แต่กลับกลายเป็นว่าเราสอนตัวเราเอง
กลายเป็นครูได้เติบโตไปพร้อมกับลูกศิษย์
เราให้ธรรมทานกับคนที่เรามีความสามารถพออธิบายได้ คือเขารับฟังเรา
ส่งผลให้เมื่อไรที่เราเริ่มมาผิดทางหรือไม่เข้าใจในธรรม
ในไม่ช้าเราก็เจอกับหนังสือและบทความที่กระจ่างอวิชชานั้น
แม้ว่าหนังสือและบทความนั้นอาจอยู่กับเรามานานแล้ว แต่เราไม่เคยเปิดอ่านก็ตาม
เพราะฉะนั้นพรหมวิหารทั้ง 4 นั้นเป็นธรรมที่ควรปฏิบัติตาม
ให้ครบทั้ง 4 อย่างเหมือนทั้ง 4 เป็นอย่างเดียวกันนั้นเอง....
Commentaires (2)Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous
RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!419.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|