Profil de Thiti"พอ" หนึ่งคำพิชิตมารBlogListes Outils Aide

Blog


12 janvier

จิตสำนึก จิตใต้สำนึก ความเกี่ยวข้องกับ ขันธ์ 5

เราพยายามโยง 2 เรื่องนี้เข้าหากันมานานแล้ว
บางครั้งเมื่อคิดก็เหมือนเข้าใจ แต่บางครั้งก็เหมือนไม่เข้าใจ
มันเป็นเพราะเพียงเข้าใจ แต่ไม่เข้าถึง
คนเราปกติทั่วไป การกระทำตลอดทั้งวันจะใช้จิตสำนึก 3%
อีก 97% เป็นจิตใต้สำนึก (super ego) ที่ควบคุมไม่ได้
(สามารถหาอ่านได้ตามหนังสือจิตวิทยา)
ทางฝั่งตะวันตกจึงหาวิธีนำเอาพลัง 97% นั้นมาใช้
โดยการสะกดจิตตนเอง คุยกับตนเอง
พยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเราเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้
จนกระทั่งจิตใต้สำนึกมันเชื่อจริงๆว่าเป็นอย่างนั้น
จะเห็นได้ตามวิธีการพัฒนาบุคลิกภาพ
หรือวิธีเรียกความมั่นใจต่างๆ
จริงๆแล้วการสะกดจิตเป็นวิธีลัด
วิธีตรงโดยทั่วไปคือการทำเป็นกิจวัตร
เช่น เราเดินกลับบ้านทุกวัน
สังเกตว่าถ้าสมมติมีอยู่วันหนึ่งตอนกลับ
เราเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่
แต่พอรู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่หน้าบ้านแล้ว
นั้นคือจิตใต้สำนึกมันพามา
ซึ่งถ้านอกจากปฏิบัติเป็นกิจวัตร
แล้วยังสะกดจิตตนเองด้วย
สิ่งที่เราหวังไว้ก็จะเรียนรู้เร็วขึ้นมาก
เพราะไปดึงเอาพลัง 97% นั้นมาใช้
งั้นเราจะลองโยงแนวคิดฝั่งตะวันตก
มาสู่ศาสนาพุทธดูบ้าง
จะเห็นได้ว่าศสนาพุทธไม่ได้ปฏิเสธการ
มีอยู่ของจิต เพราะถือเป็น 1 ในขันธ์ เช่นเดียวกับกาย
แต่ปัญหาที่ทำให้เรางงก็คือ
"ทุกอย่างล้วนอนัตตา"
นั้นทำให้เราคิดเสมอว่าการที่เรา
จะไปปฏิบัติเพื่อนำเอาจิตใต้สำนึกมาใช้
มันขัดกัน มันไปยึดติดในจิตใต้สำนึก ที่เป็นอนัตตา
แล้วจิต 2 ชนิดนี้มันไปเกียวกับขันธ์อันไหน
เอาละพูดแต่ข้อดีของไอ้ 97% ไปแล้ว
มาลองพูดถึงข้อเสียดูบ้าง จริงๆจิตใต้สำนึกทั่วไป
มันไหลลงต่ำนะ มันไม่ได้ดีไปทุกอย่างหรอก
ลองดูได้ คือให้ใครสักคนดื่มเหล้าจนเมา
หรือไปยั่วใครสักคนจนเกิดโทสะบ้าง ราคะบ้าง
เรื่องเลวร้ายเกินขึ้นแน่ จะทำอะไรลงไปก็ขึ้น
อยู่กับฐานข้อมูลในจิตใต้สำนึกแล้ว
เขียนถึงตรงนี้ก็พอจะเชื่อมโยงได้แล้วว่าการเจริญสติคืออะไร
ก็คือการขยายอำนาจของจิตสำนึกออกมาให้มากกว่า 3% ต่อวัน
ให้มากขึ้นเรื่อยๆ เจริญขึ้นเรื่อยๆนั้นเอง
และเป็นจิตที่เราควบคุมได้ ไม่เป็นไปตามจิตใต้สำนึก
เช่น ผู้หญิงสวยมากเดินมา ถ้าไม่มีสติ ก็ได้หันกลับไปดูเป็นทุกราย
ก็ไม่รู้ว่าใครคนไหนมันโปรแกรมจิตใต้สำนึกเราไว้ว่าแบบนี้นั้นสวย
แบบนี้นั้นขี้เหร่ แบบไหนชอบแบบไหนไม่ชอบ
ทำให้เห็นได้ชัดขึ้นแล้วว่าจิตใต้สำนึกก็ไม่ใช่ของเรา
แล้วทำไมมีสติแล้วไม่หันไปมองต่อ ก็พอมีสติ
มันรู้ว่ามันเห็นนะ มันเห็น จบ!!
จิตใต้สำนึก : เฮ้ย สวยจังเลย ว้าววววว อยากเดินไปหา
จิตสำนึก : เหรอ...จบ
แต่ถ้าขาดจิตสำนึก ใครตุมร่างกาย แล้วจะเดินไปหาหรือไม่ คงรู้คำตอบ
ตอนนี้ก็จะเห็นความจริงแล้วว่า
จิต 2 ชนิดนี้คุมกายพร้อมกันไม่ได้
ก็เริ่มจะเห็นแล้วว่าจิตใต้สำนึก
ไปเชื่อมโยงกับ วิญญาณ เวทนา สัญญา สังขาร อย่างไร
และเริ่มเห็นแล้วว่าจิตใต้สำนึกเกิด-ดับตลอดเวลา
และมากมายเหลือเกิน
เราคิดว่าเรามีตัวเราก็เพราะจิตเป็นสำคัญ
แต่พอตัดจิตใต้สำนึกออกไปได้หนึ่ง เพราะรู้แล้วว่า ไม่ใช่ของเรา
ไม่ใช่ตัวตนเรา (ถ้าเป็นเรา เป็นของเรา มันก็ต้องควบคุมได้จริงไหม)
ความมีตัวตน อัตตาก็ลดลง
ที่นี้ปัญหาต่อมาก็เหลือแต่จิตสำนึกนี้ละ
ที่แสดงความเป็นเรา ตัวเราแบบชัดเจนเลย
ตรงนี้เรายังหาคำตอบไม่ได้
ถือว่าการจะตัดได้นั้นคงไม่ใช้ง่ายๆ
เหมือนจิตหยาบแบบ จิตใต้สำนึก
ทำไมว่าหยาบ ก็เพราะมันพบเจอได้ง่ายเหลือเกิน
ใครที่เริ่มนั่งสมาธิจะรู้ดี ก็ไอ้ความฟุ้งซ่านนั้นละตัวดี
ดังนั้นการทำสมาธิเบื้องตนคือพยายาม
เอาไอ้สติ หรือ จิตสำนึกนี้ละ ไล่ตามดูไอ้จิตใต้สำนึก
จนมันเข้าใจเข้าถึง เห็นความเกิด-ดับ ไม่มีตัวตน
ของจิตใต้สำนึก ไม่ยอมแพ้ให้กับมันมาคุมกายเหนือเราอีก
(แต่ต้องเพียรมาก เพราะมันตั้ง 97% เชียวนะ)
ตอนนี้เรายังไร้ความสามารถที่จะ
ลองวิจารณ์ถึงการตัดไอ้สิ่ง 3% สิ่งที่ถือว่าเราเป็นเราแบบละเอียดได้
มีเพียงข้อสังเกตที่ได้มาคือ
หากเราสร้างหุ่นยนต์ชีวะขึ้นมา
สิ่งที่เป็นสิ่งสำคุญที่สุด คือ ต้องทำให้ไอ้หุ่นยนต์นั้น
มันรู้ว่ามันมีตัวมันอยู่ในโลกแห่งนี้
ถ้าคิดว่าเราคือหุ่นยนต์นั้น
ก็ยังคิดไม่ออกอยู่ดีว่า
หุ่นยนต์นั้นมันจะรู้ได้ไงว่าจริงๆแล้ว
ไม่มีมัน มีเพียงโปรแกรมที่คิดว่ามีมัน เท่านั้นเอง...
จิตยังมีหยาบและละเอียด
กายก็ก็เช่นกัน
แต่ปุถุขนกลับเชื่อเพียงกายหยาบ
ที่ไม่ใช่ของเรา บังคับมันก็ไม่ได้
เดียวแก่ เดียวเจ็บ เดียวปวด เดียวคัน
ของก็ไม่ใช่ของเรา ก็เชื่อมันเหลือเกิน
ทั้งๆที่มีบางสิ่งจะพิสูจน์ได้
เราก็ต้องมีความสามารถพอจะพิสูจน์
นั้นคือสิ่งที่มีเพียง กายละเอียด จึงพิสูจน์ได้
ขอเตือนตนเองไว้
อยากเข้าถึงสิ่งใด
มันไม่ง่ายเพียงจบแค่ที่เราเป็นอยู่ตอนนี้
แต่เราต้องพัฒนาตนให้มีความสามารถ
พอจะเห็นผลที่เราอยากพิสูจน์ด้วย...
ปล. เขียนไว้ก่อนไม่ได้เขียน ต้องกลับบ้านอีกแว้วววว :)
 

Commentaires (5)

Veuillez patienter...
Le commentaire entré est trop long. Raccourcissez-le.
Vous n'avez rien entré. Réessayez.
Il est actuellement impossible d'ajouter votre commentaire. Réessayez plus tard.
Pour ajouter un commentaire, tu dois avoir l'autorisation de tes parents. Demander l'autorisation
Tes parents ont désactivé les commentaires.
Il est actuellement impossible de supprimer votre commentaire. Réessayez plus tard.
Vous avez dépassé le nombre maximal de commentaires qu'il est possible d'envoyer le même jour. Réessayez dans 24 heures.
Votre compte a pu laisser les commentaires désactivés parce que nos systèmes indiquent que vous risquez d'arroser d'autres utilisateurs de messages. Si vous pensez que votre compte a été désactivé par erreur, contactez l'assistance en ligne de Windows Live.
Effectuez la vérification de sécurité ci-dessous pour finaliser l'envoi de votre commentaire.
Les caractères entrés pour la vérification de sécurité doivent correspondre à ceux de l'image ou du fichier audio.

Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous


Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous

กลับมาอ่านแล้วอึ้งอะ
ตอนที่เขียนเรื่องนี้
เรายังไม่เคยฟังหลวงพ่อปราโมทน์เทศน์เลย
มีแต่นั่งสมาธิแล้วเห็นความคิดในหัวเท่านั้นเอง
เออ!! ความจริงยังไงก็เป็นความจริง แฮะ
22 Oct.
ขอยกยอดไปตอบในหัวข้อ
ผลของการนั่งสมาธิ
หัวข้อที่ติดค้างไว้อยู่นะ
31 Jan.
Myths ...a écrit :

งั้นมาเล่นอันนี้ดูอ่านช้าๆก่อนนะ

ลองไม่คิดอะไรเลยดูสิ

ห้ามคิดแม้แต่ว่า "เราจะไม่คิดอะไร"

ห้ามคิดด้วยว่า "เราจะไม่คิดว่า 'เราจะไม่คิดอะไร' "

ลองทำดูนะว่ามันได้นานแค่ไหน

ถ้าทำได้แปปนึงแล้วลองทำแปป ลืมตาด้วยอย่างนี้

จะเรียกว่าอยู่ใต้จิตสำนึกทั้งหมดไหมอะ

        เพราะเห็นโดยที่ไม่รับรู้หรือคิดอะไร.....

30 Jan.
จิตใต้สำนึกคือ จิตที่โดนสังขาร คือโดนปรุงนะ
ส่วนจิตสำนึกคือสตินะ
จิตใต้สำนึกก็คือส่วนที่สามารถทำงานอัตโนมัติ
โดยไม่ต้องคิดไง ถ้าคนเราต้องส่งคำสั่งตลอดเหนื่อยแย่
เวลากินช้อนมาตรงปาก เคยต้องคิดไหมว่าต้องอ้าปากคือมันอ้าเองอัตโนมัตินะ
แต่คนมีภาวนาสูงๆและตลอดทำได้นะคือ มีสติตลอด
ทุกอย่างอยู่ภายใต้จิตสำนึกนะ ไม่ใช่จิตใต้สำนึก
ส่วนอยากลอง อยากเห็นอะไร เราตอบไปแล้วนะ
อยู่ในเรื่องโสดาบัน หัวข้อ ธรรม ธรรมชาติ หน้าที่ นี้ละ
จริงๆไม่ใช่เราตอบซิ ดังตฤณตอบ ประมาณว่าคนเกิดมาทำไมอะ
สรุปสั้นๆ ภายในชีวิตนี้เราต้องสัมผัสหรืออย่างน้อยได้เดินอยู่บนเส้นทางสู่นิพพานได้
เพราะถ้าเดินบนเส้นทางนี้ชาติต่อๆไปมันก็ขึ้นบันไดสูงไปเรื่อยๆไม่มีตก
เพราะจิตมันรู้จุดหมายแล้ว อันนี้ดังตฤณบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านบอกไว้
ส่วนเรื่องอยาก คือใจมันอยากเป็น อยากรู้นะ
แต่ถ้าคิดแบบนี้มันเกิดโลภะนะ จิตมันก็ไม่สงบ ภาวนาลำบากอีก
ดูซิ กว่าจะอยากภาวนาได้แสนลำบาก แต่พอจะภาวนา
กลับต้องลืมความอยากอีก...โอ้ my buddhaaaaaaaa
 
14 Jan.
Myths ...a écrit :
อืมมม อยากเห็นอะไรละ
อยากลองอะไรละ
เอางี้นะถ้าคนที่เขียนว่าใช้จิตสำนึก 3% ในแต่ละวัน
งั้นที่เค้าเขียนมามันก็มีแค่ 3% ที่เค้าอยากเขียนออกมา
แล้วมันจะน่าเชื่อไหมหรอ ไม่รู้สิ

หรือคนๆมีภาวนาสูงทำทุกอย่างจากจิตใต้สำนึก
มันคงแปลกดีนะที่จิตใต้สำนึกบอกให้เขียนหรือเล่าอะไรออกมา

มันทั้งมีและไม่มี
มี คือ เรายังสัมผัสมันได้อยู่
ไม่มี คือ เรายังสัมผัสไม่ได้

มาคำถามเดิม อยากรู้อะไร
ถ้ารู้แล้วช่วยลองหาดูด้วยว่า อยากรู้ทำไม
แล้วจะพบคำตอบเอง

ปล. เราเขียนด้วยจิตใต้สำนึก 97% กับ จิตสำนึกอีก 3%
ปล. อ่านไม่รู้เรื่องก็ช่วยไม่ได้นะ เพราะเราไม่ได้อ่านอีกรอบเหมือนกัน
14 Jan.

Rétroliens

L'URL de rétrolien de ce billet est :
http://handsomebass.spaces.live.com/blog/cns!32E8B80E6EEF1304!307.trak
Blogs Web qui font référence à ce billet
  • Aucune